บทวิเคราะห์กราฟทองคำประจำวันที่ 14/05/2026

ภาพรวมตลาด
ราคาทองคำปรับตัวลดลงเล็กน้อยในช่วงเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยอ่อนตัวลงราว -0.6% ปิดที่ระดับ 4,688.8 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ท่ามกลางแรงกดดันจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่สาม หลังตัวเลข PPI ของสหรัฐออกมาสูงกว่าคาดอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นสะท้อนว่าแรงกดดันเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ตลาดบางส่วนเริ่มกลับมาให้น้ำหนักกับความเป็นไปได้ที่ Federal Reserve อาจจำเป็นต้องคงดอกเบี้ยสูงต่อ หรือแม้แต่กลับมาขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง มากกว่าที่จะลดดอกเบี้ยในระยะใกล้
- ราคาปิดแท่งก่อนหน้า (Previous Close)
4,ุ688.69
- การเปลี่ยนแปลงของราคา (XAUUSD % Change)
-0.6%
- ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY % Change)
+0.23%
วิเคราะห์เชิงเทคนิค
TF Day: ราคาทองคำในกรอบเวลารายวัน (DAILY) เคลื่อนไหวในลักษณะออกข้างในช่วงนี้ หลังจากที่ก่อนหน้าราคาฟื้นตัวขึ้นมาได้พอสมควร อย่างไรก็ตาม ภาพรวมยังคงมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ เนื่องจากในช่วงสัปดาห์ก่อนราคาทำรูปแบบ Morning Star ซึ่งถือเป็นสัญญาณกลับตัวเชิงบวกและสะท้อนว่าแรงซื้อเริ่มกลับเข้ามาในตลาดอีกครั้ง ทำให้แนวโน้มระยะสั้นยังให้น้ำหนักกับฝั่งขาขึ้นมากกว่า แต่ในขณะเดียวกันก็ยังต้องระมัดระวัง เพราะหากราคาหลุดแนวรับสำคัญบริเวณ 4,510 ดอลลาร์ลงไป จะเป็นสัญญาณว่าโมเมนตัมขาขึ้นเริ่มอ่อนแรงลง และอาจทำให้ราคากลับเข้าสู่แรงกดดันฝั่งขายได้อีกครั้ง
TF H4: ราคาทองคำในกรอบเวลา 4 ชั่วโมง (H4) เคลื่อนไหวในลักษณะ Sideway ในช่วงนี้ หลังจากที่ราคาปรับตัวขึ้นมาก่อนหน้า สะท้อนว่าตลาดกำลังอยู่ในช่วงพักตัวเพื่อรอเลือกทิศทางใหม่ อย่างไรก็ตาม ตราบใดที่ราคายังไม่หลุดแนวรับสำคัญบริเวณ 4,650 ดอลลาร์ ภาพรวมระยะสั้นยังคงให้น้ำหนักกับฝั่งขาขึ้น และราคายังมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อได้ โดยแนวต้านถัดไปจะอยู่บริเวณ 4,760 ดอลลาร์ และ 4,820 ดอลลาร์ตามลำดับ ซึ่งเป็นโซนที่ต้องจับตาว่าจะมีแรงขายกลับเข้ามาหรือไม่ แต่หากราคาหลุดแนวรับบริเวณ 4,650 ดอลลาร์ลงไปอย่างชัดเจน ก็จะเป็นสัญญาณว่าโมเมนตัมขาขึ้นเริ่มอ่อนแรงลง และอาจเปิดทางให้ราคาเปลี่ยนกลับมาอยู่ในแนวโน้มขาลงได้อีกครั้ง
ปัจจัยพื้นฐานหลักที่ขับเคลื่อนราคาทองคำวันนี้
ข้อมูลทางเศรษฐกิจ (Economic Data)
Initial Jobless Claims รายสัปดาห์ (คาดการณ์ 205,000 ราย)
ตลาดคาดว่าจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกจะอยู่ที่ 205,000 ราย เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากสัปดาห์ก่อนที่ 200,000 ราย ตัวเลขนี้เป็นหนึ่งในข้อมูลที่สะท้อนภาวะตลาดแรงงานได้เร็วที่สุด หากตัวเลขออกมาสูงกว่าคาดอย่างมีนัยสำคัญ จะสะท้อนว่าตลาดแรงงานเริ่มอ่อนตัว ซึ่งจะกดดันดอลลาร์และเป็นบวกต่อทองคำ แต่หากตัวเลขออกมาต่ำกว่าคาด ตลาดแรงงานที่ยังแข็งแกร่งจะเพิ่มแรงกดดันให้ Fed คงดอกเบี้ยสูงต่อ และกดดันทองคำในระยะสั้น
การประชุมสุดยอด Trump–Xi ที่กรุงปักกิ่ง
วันนี้ถือเป็นการเยือนจีนอย่างเป็นทางการครั้งแรกของผู้นำสหรัฐในรอบ 9 ปี โดยประเด็นหารือครอบคลุมทั้งการค้า ภาษีศุลกากร ไต้หวัน การขายอาวุธ สงครามอิหร่าน รวมถึงแร่หายากและ AI หากการประชุมออกมาในเชิงบวกและช่วยลดความตึงเครียดด้านการค้าระหว่างสองมหาอำนาจ บรรยากาศ Risk-on มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และอาจมีแรงขายทำกำไรในทองคำ แต่หากการประชุมจบลงด้วยความขัดแย้ง หรือมีการประกาศมาตรการตอบโต้เพิ่มเติม จะกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยได้เช่นกัน
สงครามอิหร่านและความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
สงครามอิหร่านยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่หนุนทั้งราคาน้ำมันและทองคำ โดย International Energy Agency ระบุว่าสต็อกน้ำมันโลกกำลังลดลงเร็วที่สุดในรอบหลายปีจากผลกระทบของสงคราม หากความขัดแย้งยกระดับขึ้น โดยเฉพาะหากกระทบต่อช่องแคบ Hormuz อาจเพิ่มแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างมีนัยสำคัญ
สภาวะตลาด (Market’s Outlook)
ตลาดในขณะนี้อยู่ในภาวะที่ “ขัดแย้งในตัวเอง” อย่างชัดเจน ฝั่งตลาดหุ้นยังเดินหน้าทำ All-time High จากกระแส AI และผลประกอบการบริษัทที่แข็งแกร่ง ขณะที่ฝั่งพันธบัตรและดอลลาร์กลับสะท้อนความกังวลว่าเงินเฟ้ออาจยังไม่จบ หลังตัวเลข PPI ล่าสุดออกมาร้อนแรงกว่าคาด ส่งผลให้ทองคำต้องเผชิญแรงกดดันสองด้านพร้อมกัน คือแรงกดดันจากดอลลาร์ที่แข็งค่า และความหวังในการลดดอกเบี้ยที่ลดลง ขณะเดียวกันก็ยังได้รับแรงหนุนจากสงครามอิหร่าน และความไม่แน่นอนทางการเมืองในยุโรป ภาพรวมจึงยังเป็นลักษณะการเคลื่อนที่ออกข้างในช่วงนี้
Intermarket Analysis
ทองคำ vs. ตราสารหนี้ (XAU vs. US Yields): อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ทรงตัวบริเวณ 4.47% ขณะที่พันธบัตรอายุ 30 ปีถูกประมูลที่ระดับสูงกว่า 5% ซึ่งสะท้อนว่าตลาดยังเชื่อว่า Fed จะคงดอกเบี้ยสูงต่อไปอีกระยะ หลังตัวเลข PPI ออกมาร้อนแรง ตามปกติ Yield ที่สูงขึ้นจะกดดันทองคำ เพราะพันธบัตรให้ผลตอบแทนที่แน่นอนมากกว่า แต่ในรอบนี้ทองคำยังสามารถยืนเหนือระดับ 4,680 ดอลลาร์ได้ สะท้อนว่าแรงซื้อจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และแรงซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลกยังคงช่วยพยุงราคาไว้
ทองคำ vs. ค่าเงินดอลลาร์ (XAUUSD vs. DXY): ดัชนี DXY ปิดที่ระดับ 98.524 เพิ่มขึ้น 0.2% และแข็งค่าต่อเนื่องเป็นวันที่สาม หลังตัวเลข PPI สะท้อนว่าเงินเฟ้อสหรัฐยังอยู่ในระดับสูง ตามความสัมพันธ์ปกติ DXY ที่แข็งค่าจะกดดันทองคำ ซึ่งในรอบนี้ก็เกิดขึ้นตามกลไกดังกล่าว เห็นได้จากทองคำที่อ่อนตัวลงประมาณ 0.6% อย่างไรก็ตาม การที่ทองคำปรับลงค่อนข้างจำกัด ทั้งที่ดอลลาร์แข็งค่าต่อเนื่องหลายวัน สะท้อนว่าตลาดยังมองว่าทองคำมีฐานรองรับจากปัจจัยอื่น โดยเฉพาะความเสี่ยงด้านสงคราม
ทองคำ vs. ตลาดหุ้น US (XAUUSD vs. S&P500): ดัชนี S&P 500 ปรับขึ้น 0.7% ขณะที่ Nasdaq Composite พุ่งขึ้น 1.2% ทำจุดสูงสุดใหม่อีกครั้ง จากแรงหนุนของหุ้นเทคโนโลยีและกระแส AI โดยผลประกอบการไตรมาสแรกของบริษัทใน S&P500 เติบโตถึง 27% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้มาก โดยในภาวะที่ตลาดหุ้นเดินหน้าทำ All-time High นักลงทุนจำนวนมากจึงลดน้ำหนักสินทรัพย์ปลอดภัยและโยกเงินเข้าสู่หุ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ทองคำย่อตัวลงเมื่อวาน อย่างไรก็ตาม การที่ทองคำยังไม่ปรับลงแรง สะท้อนว่านักลงทุนจำนวนมากยังเลือกถือทองคำควบคู่กับหุ้น เพื่อกระจายความเสี่ยง เพราะตระหนักว่าตลาดหุ้นที่ขึ้นแรงต่อเนื่องอาจเปราะบางต่อข่าวเชิงลบ โดยเฉพาะจากการประชุม Trump–Xi และสถานการณ์สงครามอิหร่านที่ยังไม่สิ้นสุด
- แนวรับ(Key Support) : 4510 4550
- แนวต้าน(Key Resistance) : 4760 4820
สามารถติดตามบทวิเคราะห์ทองคำฉบับเจาะลึกปัจจัยพื้นฐานได้ใหม่ในวันพรุ่งนี้