บทวิเคราะห์กราฟทองคำประจำวันที่ 13/07/2026

ภาพรวมตลาด
ราคาทองคำปรับตัวลงเล็กน้อยในวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยปิดตลาดที่ระดับ 4,119.93 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ท่ามกลางความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่กลับมาเป็นประเด็นสำคัญอีกครั้ง หลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นแรงจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ทวีความรุนแรงตลอดสัปดาห์ โดยตลาดเริ่มกังวลว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอาจผลักดันให้ Fed ต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไป หรืออาจจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ซึ่งในรอบนี้กลายเป็นปัจจัยกดดันทองคำมากกว่าการหนุนแรงซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ในช่วงเช้าวันนี้ สถานการณ์ยิ่งรุนแรงขึ้น หลังสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านเป็นครั้งที่ 4 ภายในหนึ่งสัปดาห์ ขณะที่อิหร่านประกาศปิดช่องแคบ Hormuz “จนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม” ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นทันที และกดดันให้ราคาทองคำร่วงลงมากกว่า 1.5% มาเคลื่อนไหวบริเวณ 4,055–4,057 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แรงขายดังกล่าวเกิดจากมุมมองของตลาดที่ว่า ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะยิ่งตอกย้ำแรงกดดันเงินเฟ้อ และเพิ่มโอกาสที่ Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยแทนที่จะลดดอกเบี้ย ส่งผลให้เม็ดเงินไหลออกจากทองคำ และหันไปถือดอลลาร์กับพันธบัตรมากขึ้น
- ราคาปิดแท่งก่อนหน้า (Previous Close)
4,119.93
- การเปลี่ยนแปลงของราคา (XAUUSD % Change)
-0.1%
- ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY % Change)
+0.05%
วิเคราะห์เชิงเทคนิค
TF Day: ราคาทองคำในกรอบเวลารายวัน (DAILY) ยังคงอยู่ในภาพแนวโน้มขาลง เนื่องจากราคายังไม่ได้สร้างสัญญาณกลับตัวที่ชัดเจนหรือยืนยันว่าแรงซื้อกลับมาควบคุมตลาดได้ ทำให้โมเมนตัมโดยรวมยังเอนเอียงไปทางฝั่งขาย โดยแนวรับใกล้ที่สุดที่ต้องจับตาจะอยู่บริเวณ 3,990 ดอลลาร์ หากราคาหลุดระดับดังกล่าวลงไปได้ ก็มีโอกาสที่แรงขายจะกดดันราคาต่อไปยังแนวรับถัดไปบริเวณ 3,870 ดอลลาร์ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม หากเริ่มเห็นสัญญาณกลับตัวบริเวณแนวรับ ก็อาจเกิดแรงรีบาวด์ระยะสั้นได้เช่นกัน
TF H1: ราคาทองคำใน TF H1 ปรับตัวหลุด Swing Low ล่าสุดบริเวณ 4,090 ดอลลาร์ลงมาได้ สะท้อนว่าโครงสร้างขาขึ้นระยะสั้นเริ่มอ่อนแรง และเปิดโอกาสให้ราคาปรับตัวลงต่อเพื่อทดสอบแนวรับถัดไปบริเวณ 4,040 ดอลลาร์ และ 4,025 ดอลลาร์ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม หากราคาสามารถฟื้นตัวกลับขึ้นไปทะลุ Swing High ล่าสุดบริเวณ 4,120 ดอลลาร์ได้ ก็จะเป็นสัญญาณว่าแรงซื้อเริ่มกลับเข้ามาควบคุมตลาดอีกครั้ง และอาจผลักดันราคาให้ขึ้นไปทดสอบแนวต้านถัดไปบริเวณ 4,140 ดอลลาร์ได้
ปัจจัยพื้นฐานหลักที่ขับเคลื่อนราคาทองคำวันนี้
ข้อมูลทางเศรษฐกิจ (Economic Data)
ความขัดแย้งสหรัฐฯ–อิหร่าน และช่องแคบ Hormuz
สหรัฐฯ โจมตีอิหร่านเป็นครั้งที่ 4 ภายในหนึ่งสัปดาห์ ขณะที่อิหร่านประกาศปิดช่องแคบ Hormuz “จนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม” แม้สหรัฐฯ จะยืนยันว่าช่องแคบยังคงเปิดให้เรือทุกลำเดินทางผ่านได้ สถานการณ์นี้ถือเป็นความเสี่ยงสำคัญที่สุดของตลาดพลังงานและตลาดการเงินโลกในสัปดาห์นี้ โดยปกติความตึงเครียดในระดับดังกล่าวควรหนุนแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ในรอบนี้ผลกระทบกลับเป็นไปในทิศทางตรงกันข้าม เพราะราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นไปกระตุ้นความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ซึ่งกดดันทองคำมากกว่าแรงซื้อ Safe Haven หากสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย แรงกดดันด้านเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันอาจลดลง และเปิดโอกาสให้ทองคำฟื้นตัวได้ แต่หากความขัดแย้งยกระดับขึ้นอีก ความผันผวนของตลาดมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก
สภาวะตลาด (Market’s Outlook)
ตลาดในขณะนี้เปลี่ยนจากโหมด “หลีกเลี่ยงความเสี่ยง” แบบดั้งเดิม มาเป็นโหมดที่ให้น้ำหนักกับความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและดอกเบี้ยขาขึ้นมากกว่า โดยแม้สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์จะตึงเครียดขึ้น แต่นักลงทุนกลับมองว่าผลกระทบต่อราคาน้ำมันและเงินเฟ้อมีน้ำหนักมากกว่าความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ส่งผลให้ทองคำถูกเทขายแทนที่จะได้รับแรงซื้อ
Intermarket Analysis
ทองคำ vs. ตราสารหนี้ (XAU vs. US Yields): อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปิดตลาดวันศุกร์ที่ระดับ 4.561% และปรับตัวขึ้นต่อในช่วงเช้าวันนี้มาอยู่บริเวณ 4.59% สะท้อนว่าตลาดเริ่มคาดว่า Fed อาจต้องคงดอกเบี้ยสูง หรือขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมเพื่อรับมือกับแรงกดดันเงินเฟ้อจากราคาน้ำมัน ความสัมพันธ์ระหว่างทองคำกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรในรอบนี้กลับมาทำงานตามปกติ กล่าวคือ เมื่อ Yield ปรับตัวสูงขึ้น ทองคำซึ่งไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยจะมีความน่าสนใจลดลง นักลงทุนจึงเลือกถือพันธบัตรที่ให้ผลตอบแทนแน่นอนมากกว่า ส่งผลให้ราคาทองคำอ่อนตัวลงตาม
ทองคำ vs. ค่าเงินดอลลาร์ (XAUUSD vs. DXY): ดัชนีดอลลาร์ปิดตลาดวันศุกร์ที่ระดับ 100.952 และขยับขึ้นต่อเหนือระดับ 101 ในช่วงเช้าวันนี้ โดยได้รับแรงหนุนทั้งจากความต้องการถือดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย และการที่ตลาดเริ่มคาดว่า Fed อาจขึ้นดอกเบี้ย การแข็งค่าของดอลลาร์กดดันราคาทองคำตามความสัมพันธ์แบบผกผันตามปกติ ซึ่งแตกต่างจากบางช่วงก่อนหน้าที่ทองคำเคยปรับขึ้นสวนทางดอลลาร์จากแรงซื้อเพื่อป้องกันความเสี่ยงโดยตรง
ทองคำ vs. ตลาดหุ้น US (XAUUSD vs. S&P500): ดัชนี S&P500 ปิดตลาดวันศุกร์ที่ระดับ 7,575.39 จุด เพิ่มขึ้น 0.4% โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ อย่างไรก็ตาม ในช่วงเช้าวันนี้ S&P500 Futures ปรับตัวลงประมาณ 0.53% มาอยู่บริเวณ 7,535 จุด จากความกังวลต่อสถานการณ์อิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น แม้ตลาดหุ้นจะเริ่มเผชิญแรงกดดัน แต่เม็ดเงินกลับไม่ได้ไหลเข้าสู่ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างที่เกิดขึ้นตามปกติ เนื่องจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและดอกเบี้ยขาขึ้นยังมีน้ำหนักมากกว่าในมุมมองของนักลงทุนรอบนี้
- แนวรับ(Key Support) : 4040 4025
- แนวต้าน(Key Resistance) : 4120 4140
สามารถติดตามบทวิเคราะห์ทองคำฉบับเจาะลึกปัจจัยพื้นฐานได้ใหม่ในวันพรุ่งนี้