บทวิเคราะห์กราฟทองคำประจำวันที่ 09/07/2026

ภาพรวมตลาด
ราคาทองคำปรับตัวลงต่อเนื่องเป็นวันที่สามในคืนวันพุธที่ผ่านมา โดยปิดตลาดที่ระดับ 4,077 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลง 0.7% ท่ามกลางแรงกดดันจากหลายปัจจัยที่เข้ามาพร้อมกัน ทั้งราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นแรง หลังสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านเป็นวันที่สอง ซึ่งจุดชนวนความกังวลเรื่องเงินเฟ้อจากราคาพลังงาน ประกอบกับรายงานการประชุม FOMC ที่ออกมาในโทน Hawkish ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรและดัชนีดอลลาร์ปรับตัวสูงขึ้น และกดดันทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทน
- ราคาปิดแท่งก่อนหน้า (Previous Close)
4,077
- การเปลี่ยนแปลงของราคา (XAUUSD % Change)
-0.7%
- ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY % Change)
0%
วิเคราะห์เชิงเทคนิค
TF Day: ราคาทองคำในกรอบเวลารายวัน (DAILY) ยังคงอยู่ในภาพแนวโน้มขาลง เนื่องจากราคายังไม่ได้สร้างสัญญาณกลับตัวที่ชัดเจนหรือยืนยันว่าแรงซื้อกลับมาควบคุมตลาดได้ ทำให้โมเมนตัมโดยรวมยังเอนเอียงไปทางฝั่งขาย โดยแนวรับใกล้ที่สุดที่ต้องจับตาจะอยู่บริเวณ 3,990 ดอลลาร์ หากราคาหลุดระดับดังกล่าวลงไปได้ ก็มีโอกาสที่แรงขายจะกดดันราคาต่อไปยังแนวรับถัดไปบริเวณ 3,870 ดอลลาร์ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม หากเริ่มเห็นสัญญาณกลับตัวบริเวณแนวรับ ก็อาจเกิดแรงรีบาวด์ระยะสั้นได้เช่นกัน
TF H1: ราคาทองคำใน TF H1 ยังไม่สามารถหลุด Swing Low ล่าสุดบริเวณ 4,025 ดอลลาร์ลงไปได้ ทำให้โครงสร้างหลักในระยะสั้นยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น ประกอบกับราคาเกิดรูปแบบ Bullish Engulfing ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสัญญาณกลับตัวเชิงบวก สะท้อนว่าแรงซื้อเริ่มกลับเข้ามาในตลาดและเพิ่มโอกาสให้ราคาปรับตัวขึ้นต่อได้ โดยแนวต้านถัดไปที่ต้องจับตาจะอยู่บริเวณ 4,080 ดอลลาร์ และ 4,120 ดอลลาร์ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม หากราคากลับมาหลุด Swing Low บริเวณ 4,025 ดอลลาร์ลงไป จะเป็นสัญญาณว่าโครงสร้างขาขึ้นระยะสั้นเริ่มเสีย และโมเมนตัมฝั่งขาขึ้นอาจอ่อนแรงลงได้
ปัจจัยพื้นฐานหลักที่ขับเคลื่อนราคาทองคำวันนี้
ข้อมูลทางเศรษฐกิจ (Economic Data)
Initial Jobless Claims รายสัปดาห์ของสหรัฐฯ
ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์คาดว่าจะอยู่ที่ 218,000 ราย จากครั้งก่อน 215,000 ราย โดยข้อมูลนี้สะท้อนสภาวะตลาดแรงงานสหรัฐฯ ในระยะสั้น หากตัวเลขออกมาต่ำกว่าคาดหรือใกล้เคียงคาดการณ์ จะสะท้อนว่าตลาดแรงงานยังแข็งแกร่ง ซึ่งจะเสริมมุมมองว่า Fed ไม่จำเป็นต้องรีบลดดอกเบี้ย และกดดันทองคำต่อไป แต่หากตัวเลขออกมาสูงกว่าคาดอย่างมีนัยสำคัญ จะเป็นสัญญาณว่าตลาดแรงงานเริ่มอ่อนแรง ซึ่งอาจเปิดทางให้ Fed ผ่อนคลายนโยบายได้เร็วขึ้น และช่วยหนุนราคาทองคำ
ความขัดแย้งสหรัฐฯ–อิหร่าน และสถานการณ์ช่องแคบ Hormuz
ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านล่มลง หลัง Trump ประกาศว่าข้อตกลงสิ้นสุดลงแล้ว ขณะที่สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านต่อเนื่องเป็นวันที่สอง เพื่อรักษาเส้นทางเดินเรือในช่องแคบ Hormuz ด้านอิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีคูเวตและบาห์เรน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นแรงต่อเนื่อง สถานการณ์นี้เป็นปัจจัยที่ซับซ้อนต่อทองคำ เพราะแม้ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์มักหนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ในรอบนี้ผลกระทบด้านเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นกลับมีน้ำหนักมากกว่า เพราะไปหนุนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรและดอลลาร์ให้แข็งค่าขึ้น จนกดดันทองคำในทางตรงข้าม อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์บานปลายจนกระทบอุปทานน้ำมันโลกรุนแรงขึ้น ความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอยอาจกลับมาหนุนทองคำได้ในระยะถัดไป
สภาวะตลาด (Market’s Outlook)
ตลาดในขณะนี้อยู่ในภาวะที่ปัจจัยเงินเฟ้อและดอกเบี้ยมีน้ำหนักมากกว่าความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ล้วน ๆ กล่าวคือ แม้สถานการณ์สงครามอิหร่านจะทวีความรุนแรงขึ้นอย่างชัดเจน แต่ทองคำกลับไม่ได้รับแรงหนุนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยตามปกติ เพราะราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นแรงไปกระตุ้นความกังวลเงินเฟ้อ และผลักดันให้ตลาดปรับมุมมองไปทางที่ Fed อาจต้องขึ้นดอกเบี้ยแทนที่จะลดดอกเบี้ย โดยรวมแล้ว Sentiment ตลาดจึงเอนไปทาง “ระมัดระวังเงินเฟ้อ” มากกว่า “หลีกเลี่ยงความเสี่ยง” แบบดั้งเดิม ทำให้ทองคำเคลื่อนไหวอ่อนแอ สวนทางกับข่าวภูมิรัฐศาสตร์ที่ตึงเครียดขึ้น
Intermarket Analysis
ทองคำ vs. ตราสารหนี้ (XAU vs. US Yields): อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีปรับขึ้นมาอยู่ที่ระดับประมาณ 4.58% ซึ่งเป็นการทำงานตามความสัมพันธ์ปกติกับทองคำ กล่าวคือ เมื่อผลตอบแทนพันธบัตรสูงขึ้นจากความกังวลเงินเฟ้อและการคาดการณ์ดอกเบี้ยที่ Hawkish มากขึ้น นักลงทุนมีแนวโน้มให้น้ำหนักกับพันธบัตรที่ให้ผลตอบแทนแน่นอนมากกว่าทองคำที่ไม่มีดอกเบี้ย ส่งผลให้ราคาทองคำถูกกดดันลงสอดคล้องกับทิศทางของ Yield ในรอบนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างทองคำกับ Yield จึงยังทำงานตามปกติ และยังไม่เกิดภาวะ Decoupling อย่างชัดเจน
ทองคำ vs. ค่าเงินดอลลาร์ (XAUUSD vs. DXY): ดัชนีดอลลาร์ปิดตลาดใกล้ระดับ 101 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบหลายวัน หลังพลิกกลับจากการปรับขึ้นแรงระหว่างวันจากแรงซื้อดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ความสัมพันธ์แบบผกผันระหว่างทองคำกับดอลลาร์ในรอบนี้ยังทำงานตามปกติ กล่าวคือ เมื่อดอลลาร์แข็งค่าจากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยและการคาดการณ์ดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ราคาทองคำจึงถูกกดดันให้อ่อนตัวลงตามไปด้วย ภาพนี้สะท้อนว่าทั้งดอลลาร์และทองคำกำลังแข่งขันกันในบทบาทสินทรัพย์ปลอดภัย ซึ่งในขณะนี้ดอลลาร์ดูจะได้รับความนิยมมากกว่า
ทองคำ vs. ตลาดหุ้น US (XAUUSD vs. S&P500): ดัชนี S&P500 ปิดตลาดที่ 7,482.71 จุด ลดลง 0.28% ขณะที่ Dow Jones ร่วงแรงกว่า 1.09% แต่ Nasdaq กลับปิดบวก 0.20% จากแรงหนุนของหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ลักษณะดังกล่าวสะท้อนว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ เคลื่อนไหวแบบผสมผสานมากกว่าการเทขายรุนแรง ทำให้เงินทุนไม่ได้ไหลออกจากหุ้นเข้าสู่ทองคำอย่างชัดเจนในรอบนี้ ตรงกันข้าม ทั้งหุ้นบางกลุ่มและทองคำต่างเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยเดียวกัน คือความกังวลเรื่องดอกเบี้ยและเงินเฟ้อ ส่งผลให้ทองคำไม่ได้เคลื่อนไหวสวนทางกับหุ้นตามความสัมพันธ์แบบดั้งเดิม
- แนวรับ(Key Support) : 4025 3990
- แนวต้าน(Key Resistance) : 4080 4120
สามารถติดตามบทวิเคราะห์ทองคำฉบับเจาะลึกปัจจัยพื้นฐานได้ใหม่ในวันพรุ่งนี้