บทวิเคราะห์กราฟทองคำประจำวันที่ 10/07/2026

ภาพรวมตลาด
ราคาทองคำปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงคืนที่ผ่านมา โดยฟื้นกลับขึ้นมายืนเหนือระดับ 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากวันก่อนหน้าราคาถูกเทขายลงไปทดสอบจุดต่ำสุดบริเวณ 4,022 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากแรงกดดันของรายงานการประชุม FOMC และความตึงเครียดบริเวณช่องแคบ Hormuz แรงหนุนหลักของทองคำในรอบนี้มาจากความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยังยืดเยื้อ ประกอบกับราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ปรับตัวลดลง ซึ่งช่วยลดต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือครองทองคำ ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ก็ฟื้นตัวขึ้นพร้อมกันจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ สะท้อนว่าบรรยากาศตลาดเริ่มคลายความตื่นตระหนกจากวันก่อนหน้า มากกว่าจะเป็นการเปลี่ยนแนวโน้มอย่างชัดเจน
- ราคาปิดแท่งก่อนหน้า (Previous Close)
4,123.3
- การเปลี่ยนแปลงของราคา (XAUUSD % Change)
+1.11%
- ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY % Change)
-0.18%
วิเคราะห์เชิงเทคนิค
TF Day: ราคาทองคำในกรอบเวลารายวัน (DAILY) ยังคงอยู่ในภาพแนวโน้มขาลง เนื่องจากราคายังไม่ได้สร้างสัญญาณกลับตัวที่ชัดเจนหรือยืนยันว่าแรงซื้อกลับมาควบคุมตลาดได้ ทำให้โมเมนตัมโดยรวมยังเอนเอียงไปทางฝั่งขาย โดยแนวรับใกล้ที่สุดที่ต้องจับตาจะอยู่บริเวณ 3,990 ดอลลาร์ หากราคาหลุดระดับดังกล่าวลงไปได้ ก็มีโอกาสที่แรงขายจะกดดันราคาต่อไปยังแนวรับถัดไปบริเวณ 3,870 ดอลลาร์ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม หากเริ่มเห็นสัญญาณกลับตัวบริเวณแนวรับ ก็อาจเกิดแรงรีบาวด์ระยะสั้นได้เช่นกัน
TF H1: ราคาทองคำใน TF H1 ยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น หลังจากราคาสามารถทะลุแนวต้านบริเวณ 4,090 ดอลลาร์ขึ้นมาได้ สะท้อนว่าแรงซื้อยังคงมีความแข็งแกร่ง และราคามีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อในระยะสั้น โดยแนวต้านถัดไปที่ต้องจับตาจะอยู่บริเวณ 4,145 ดอลลาร์ และ 4,170 ดอลลาร์ตามลำดับ ในทางตรงกันข้าม Swing Low ล่าสุดบริเวณ 4,090 ดอลลาร์ถือเป็นแนวรับสำคัญ หากราคาหลุดระดับดังกล่าวลงไปได้ จะเป็นสัญญาณว่าโมเมนตัมขาขึ้นเริ่มอ่อนแรงลง และมีโอกาสที่ราคาจะปรับตัวลงไปทดสอบแนวรับถัดไปบริเวณ 4,070 ดอลลาร์
ปัจจัยพื้นฐานหลักที่ขับเคลื่อนราคาทองคำวันนี้
ข้อมูลทางเศรษฐกิจ (Economic Data)
ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านบริเวณช่องแคบ Hormuz
สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังทวีความรุนแรงต่อเนื่องเป็นวันที่สอง โดยทั้งสองฝ่ายมีการโจมตีตอบโต้กันบริเวณช่องแคบ Hormuz ส่งผลให้การเดินเรือขนส่งน้ำมันผ่านเส้นทางดังกล่าวแทบหยุดชะงัก ประเด็นนี้ยังคงเป็นปัจจัยที่มีน้ำหนักมากที่สุดต่อราคาทองคำในขณะนี้ เพราะเป็นความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ระดับโลกที่ยังไม่มีทางออกชัดเจน หากสถานการณ์ยกระดับความรุนแรงขึ้น นักลงทุนมีแนวโน้มเพิ่มการถือครองทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยง แต่หากทั้งสองฝ่ายกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา หรือมีข้อตกลงหยุดยิงที่น่าเชื่อถือ ราคาทองคำอาจเผชิญแรงขายทำกำไรได้เช่นกัน
สภาวะตลาด (Market’s Outlook)
ตลาดในขณะนี้อยู่ในภาวะผสมผสานระหว่างการคลายความตื่นตระหนกกับความระมัดระวังที่ยังไม่หายไปทั้งหมด หลังจากวันพุธเกิดแรงเทขายรุนแรงจากทั้งรายงานการประชุม Fed และข่าวความตึงเครียดบริเวณช่องแคบ Hormuz นักลงทุนเริ่มกลับเข้าซื้อทั้งสินทรัพย์เสี่ยงและทองคำพร้อมกันในวันพฤหัสบดี โดยพฤติกรรมดังกล่าวไม่สอดคล้องกับรูปแบบปกติที่ทองคำมักเคลื่อนไหวสวนทางกับตลาดหุ้น เหตุผลสำคัญคือทองคำยังได้รับแรงหนุนจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังไม่คลี่คลาย ขณะที่ตลาดหุ้นฟื้นตัวจากแรงซื้อเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ ทำให้ทั้งสองสินทรัพย์สามารถปรับขึ้นพร้อมกันได้ แม้จะได้รับแรงขับเคลื่อนจากคนละปัจจัยก็ตาม
Intermarket Analysis
ทองคำ vs. ตราสารหนี้ (XAU vs. US Yields): อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีปรับลดลง 2.4 basis points มาอยู่ที่ 4.555% ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ที่ทำงานตามกลไกปกติกับราคาทองคำ เมื่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรลดลง ต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือครองทองคำที่ไม่มีดอกเบี้ยก็ลดลงตาม ทำให้ทองคำมีความน่าสนใจมากขึ้น และเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยหนุนราคาทองคำให้ฟื้นตัวในช่วงที่ผ่านมา
ทองคำ vs. ค่าเงินดอลลาร์ (XAUUSD vs. DXY): ดัชนีดอลลาร์ปิดที่ระดับ 100.73 จุด ลดลง 0.18% และหลุดต่ำกว่าระดับ 101 ซึ่งเป็นความสัมพันธ์แบบผกผันตามปกติกับราคาทองคำ เมื่อดอลลาร์อ่อนค่าลง ทองคำที่ซื้อขายในสกุลดอลลาร์จะมีราคาถูกลงสำหรับนักลงทุนที่ถือสกุลเงินอื่น ส่งผลให้ความต้องการซื้อทองคำเพิ่มขึ้น และช่วยหนุนให้ราคาปรับตัวสูงขึ้นตามที่เห็นในช่วงที่ผ่านมา
ทองคำ vs. ตลาดหุ้น US (XAUUSD vs. S&P500): ดัชนี S&P500 ปิดที่ระดับ 7,543.64 จุด เพิ่มขึ้น 0.81% โดยมีแรงหนุนหลักจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและการเงิน การที่หุ้นและทองคำปรับตัวขึ้นพร้อมกันถือว่าไม่สอดคล้องกับรูปแบบปกติ เพราะโดยทั่วไปเมื่อหุ้นขึ้นแรง เงินทุนมักไหลออกจากทองคำ แต่ในรอบนี้แรงซื้อทองคำไม่ได้เกิดจากการโยกเงินออกจากตลาดหุ้น หากแต่มาจากความต้องการป้องกันความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์โดยเฉพาะ ขณะที่ตลาดหุ้นได้รับแรงหนุนจากปัจจัยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยีเป็นหลัก
- แนวรับ(Key Support) : 4090 4070
- แนวต้าน(Key Resistance) : 4145 4170
สามารถติดตามบทวิเคราะห์ทองคำฉบับเจาะลึกปัจจัยพื้นฐานได้ใหม่ในวันพรุ่งนี้