บทวิเคราะห์กราฟทองคำประจำวันที่ 04/05/2026

ภาพรวมตลาด
ราคาทองคำปรับตัวลดลงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยปรับตัวลดลงมากกว่า 2% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน ท่ามกลางแรงกดดันจากหลายปัจจัยที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ทั้งการแข็งค่าชั่วคราวของค่าเงินดอลลาร์ ตลาดหุ้นสหรัฐที่เดินหน้าทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง รวมถึงสัญญาณว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเริ่มมีพัฒนาการเชิงบวกมากขึ้น ซึ่งลดแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยลงบางส่วน อย่างไรก็ตาม ประเด็นช่องแคบ Hormuz และความไม่แน่นอนด้านพลังงานโลกยังคงเป็นปัจจัยค้ำราคาทองคำในระยะสั้น สำหรับช่วงเช้าวันนี้ ราคาทองคำเคลื่อนไหวในแดนลบเล็กน้อยบริเวณ 4,611–4,612 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลงราว 0.4% จากราคาปิดวันศุกร์ โดยตลาดยังคงจับตาความคืบหน้าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งยังเป็นตัวแปรสำคัญที่สุดในระยะสั้น
- ราคาปิดแท่งก่อนหน้า (Previous Close)
4,ุ615.61
- การเปลี่ยนแปลงของราคา (XAUUSD % Change)
-0.02%
- ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY % Change)
+0.1%
วิเคราะห์เชิงเทคนิค
TF Day: ราคาทองคำในกรอบเวลารายวัน (DAILY) เคลื่อนที่ออกข้างในช่วงนี้ สะท้อนว่าตลาดกำลังอยู่ในภาวะพักตัวหลังจากการปรับลงก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมตราบใดที่ยังไม่ปรากฏสัญญาณกลับตัวขึ้นอย่างชัดเจน ราคายังคงถูกมองว่าอยู่ในแนวโน้มขาลง เนื่องจากค่า MACD ยังเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 0 และยังอยู่ต่ำกว่าเส้น Signal Line ซึ่งเป็นการยืนยันว่าโมเมนตัมฝั่งขายยังมีน้ำหนักมากกว่า แม้เช่นนั้น การที่ราคายังแกว่งตัวในลักษณะ Sideway แสดงว่าแรงขายยังไม่ได้เร่งตัวลงอย่างรุนแรงทันทีในช่วงนี้ ทำให้มีความเป็นไปได้ที่ราคาจะพักฐานออกข้าง หรือรีบาวด์ระยะสั้นได้ก่อน ดังนั้นการประเมินจังหวะถัดไปควรใช้ Timeframe ที่เล็กลงเพื่อดูสัญญาณเบรกกรอบหรือการเปลี่ยนโมเมนตัมในระยะสั้นให้ชัดเจนมากขึ้น
TF H4: ราคาทองคำในกรอบเวลา 4 ชั่วโมง (H4) เคลื่อนที่ออกข้างในช่วงนี้ สะท้อนว่าตลาดกำลังพักตัวหลังจากการปรับลงก่อนหน้า แม้ภาพใหญ่ยังคงอยู่ในแนวโน้มขาลง แต่แรงขายในระยะสั้นเริ่มชะลอตัวลง ทำให้ราคาน่าจะลงต่อได้ยาก หากยังไม่สามารถเบรกกรอบแนวรับสำคัญบริเวณ 4,510 ดอลลาร์ลงไปได้อย่างชัดเจน ระดับดังกล่าวจึงถือเป็นจุดชี้วัดสำคัญของโมเมนตัมฝั่งขายในช่วงนี้ หากหลุดลงไปได้จะเพิ่มโอกาสให้ราคาปรับตัวลงต่อ แต่หากยังไม่หลุด ราคาก็มีแนวโน้มสูงที่จะเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideway ภายในกรอบต่อไป เพื่อรอปัจจัยใหม่หรือแรงส่งรอบถัดไปในการเลือกทิศทาง
ปัจจัยพื้นฐานหลักที่ขับเคลื่อนราคาทองคำวันนี้
ข้อมูลทางเศรษฐกิจ (Economic Data)
ความตึงเครียดในช่องแคบ Hormuz และการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
สถานการณ์ความขัดแย้งในประเด็นช่องแคบ Hormuz ยังคงเป็นปัจจัยที่ผันผวนสูงที่สุดในตลาด หลังราคาน้ำมัน Brent เคยพุ่งแตะ 126 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลช่วงต้นสัปดาห์ก่อน ก่อนย่อลงมาปิดบริเวณ 114 ดอลลาร์ ขณะที่ Donald Trump ยืนยันจะคงมาตรการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านต่อไป แต่มีรายงานว่าสหรัฐฯ จะช่วยเรือบางส่วนออกจาก Hormuz ตั้งแต่วันจันทร์นี้ โดยหากการเจรจาคืบหน้า ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์จะลดลงและแรงซื้อทองคำอาจชะลอลง แต่หากสถานการณ์กลับมาตึงเครียด ทองคำก็มีโอกาสถูกซื้อกลับอย่างรวดเร็ว
สภาวะตลาด (Market’s Outlook)
ตลาดในขณะนี้อยู่ในภาวะที่มีแรงขับเคลื่อนสองด้านพร้อมกัน ด้านหนึ่ง ตลาดหุ้นสหรัฐยังคงแข็งแกร่ง โดย S&P 500 ปิดที่ 7,230.12 จุด และ Nasdaq Composite ทำ All-time High ครั้งที่ 7 ของปี สะท้อนความเชื่อมั่นต่อผลประกอบการบริษัทและเศรษฐกิจสหรัฐ แต่อีกด้านหนึ่ง ราคาน้ำมันที่ยังอยู่สูงและเงินเฟ้อ PCE ที่เร่งตัวขึ้นในเดือนมีนาคม กำลังกดดันให้ Fed ต้องคงดอกเบี้ยสูงต่อไปอีกนาน นอกจากนี้ ยังมีสัญญาณเชืงบวกจากการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ซึ่งอาจลดแรงซื้อทองคำเชิงบางส่วน แต่ความไม่แน่นอนที่ยังคงอยู่
Intermarket Analysis
ทองคำ vs. ตราสารหนี้ (XAU vs. US Yields): อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปิดที่ระดับ 4.386% และล่าสุดเคลื่อนไหวอยู่แถว 4.378% ซึ่งยังถือว่าอยู่ในระดับสูง โดยตามปกติแล้ว Yield ที่อยู่ในระดับสูงจะกดดันให้ทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีดอกเบี้ยดูน่าสนใจน้อยลง อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่าสนใจคือโครงสร้าง Yield Curve เริ่มมีความชันมากขึ้น (steepen) โดยส่วนต่างระหว่างพันธบัตรอายุ 5 ปี และ 30 ปี ขยายจาก 92 bps เป็น 96 bps สะท้อนว่าตลาดเริ่มกังวลต่อเงินเฟ้อในระยะยาวมากขึ้น ซึ่งมุมมองดังกล่าวถือเป็นปัจจัยสนับสนุนต่อราคาทองคำในภาพรวม แม้ว่า Yield จะยังคงอยู่ในระดับสูงก็ตาม
ทองคำ vs. ค่าเงินดอลลาร์ (XAUUSD vs. DXY): ดัชนีดอลลาร์ปิดที่ 98.16 หลังร่วงแรงในช่วงปลายเดือนเมษายน และเช้าวันนี้เคลื่อนไหวอยู่แถว 98.19 โดย Inverse Correlation ระหว่างดอลลาร์และทองคำยังทำงานอยู่บางส่วน อย่างไรก็ตาม สัปดาห์ก่อนทองคำกลับปรับตัวลงแม้ดอลลาร์อ่อนค่า สะท้อนว่าแรงกดดันหลักไม่ได้มาจาก FX แต่เกิดจากการที่ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์เริ่มผ่อนคลายลงชั่วคราว ทั้งนี้ หาก DXY กลับมาแข็งค่าชัดเจนอีกครั้ง จะเป็นแรงกดดันเพิ่มเติมต่อทองคำในระยะสั้น
ทองคำ vs. ตลาดหุ้น US (XAUUSD vs. S&P500): ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,230.12 จุด เพิ่มขึ้น 0.29% ขณะที่ Nasdaq Composite ปรับขึ้น 0.89% และเดินหน้าทำจุดสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยมีแรงหนุนจากหุ้นกลุ่ม Semiconductor และ AI โดยภาพดังกล่าวสะท้อนว่าเงินทุนบางส่วนกำลังไหลออกจากทองคำเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยง เพราะนักลงทุนยังเชื่อมั่นต่อกำไรบริษัทในช่วงประกาศผลประกอบการ อย่างไรก็ตาม ดัชนี CBOE Volatility Index ยังอยู่ที่ 16.99 และมีการขยับขึ้นเล็กน้อย แสดงว่าตลาดยังไม่ได้คลายความกังวลทั้งหมด โดยหากสถานการณ์บริเวณ Hormuz หรือการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน พลิกกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เงินทุนบางส่วนอาจไหลกลับเข้าทองคำได้อย่างรวดเร็ว
- แนวรับ(Key Support) : 4460 4510
- แนวต้าน(Key Resistance) : 4660 4700
สามารถติดตามบทวิเคราะห์ทองคำฉบับเจาะลึกปัจจัยพื้นฐานได้ใหม่ในวันพรุ่งนี้
ข้อควรระวัง: การลงทุนมีความเสี่ยง บทวิเคราะห์นี้เป็นเพียงการให้ข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่คำแนะนำในการซื้อขาย ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการลงทุน