บทวิเคราะห์กราฟทองคำประจำวันที่ 08/07/2026

ภาพรวมตลาด
เมื่อวานนี้ ราคาทองคำปรับตัวลดลงกว่า 1.4% ปิดตลาดที่ระดับ 4,108.56 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้รับแรงกดดันหลักจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้นตลอดทั้งเส้นอัตราผลตอบแทน ท่ามกลางความกังวลด้านเงินเฟ้อที่เชื่อมโยงกับราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง แม้ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะรุนแรงขึ้น แต่นักลงทุนกลับให้น้ำหนักกับการถือครองดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยมากกว่าทองคำ ซึ่งสะท้อนความผิดปกติของความสัมพันธ์ระหว่างสินทรัพย์ในช่วงนี้ นอกจากนี้ ตลาดยังรอรายงานการประชุม FOMC ที่จะเปิดเผยในวันพรุ่งนี้ เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินของ Fed ในระยะถัดไป
- ราคาปิดแท่งก่อนหน้า (Previous Close)
4,108.56
- การเปลี่ยนแปลงของราคา (XAUUSD % Change)
-1.4%
- ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY % Change)
+0.17%
วิเคราะห์เชิงเทคนิค
TF Day: ราคาทองคำในกรอบเวลารายวัน (DAILY) ปิดเป็นแท่งเทียนขาลงขนาดใหญ่ในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนว่าแรงขายเริ่มกลับเข้ามาควบคุมตลาดและโมเมนตัมขาลงมีความแข็งแกร่งมากขึ้น ทำให้ราคามีโอกาสปรับตัวลงต่อในระยะถัดไป โดยแนวรับสำคัญที่ต้องจับตาจะอยู่บริเวณ 3,880 ดอลลาร์ และ 3,770 ดอลลาร์ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม หากราคาเริ่มเกิดสัญญาณกลับตัวทางเทคนิคที่ชัดเจน ก็ต้องระมัดระวังแรงซื้อกลับที่อาจทำให้ราคาดีดตัวขึ้นได้เช่นกัน
TF H1: ราคาทองคำในกรอบเวลา H1 ยังอยู่ในภาพแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้น ตราบใดที่ราคายังไม่หลุด Swing Low ล่าสุดบริเวณ 4,025 ดอลลาร์ โครงสร้างการฟื้นตัวยังถือว่ายังไม่เสีย และราคายังมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อเพื่อทดสอบแนวต้านบริเวณ 4,145 ดอลลาร์ และ 4,165 ดอลลาร์ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม หากราคาหลุด Swing Low ดังกล่าวลงไปได้ ภาพขาขึ้นระยะสั้นอาจเริ่มเสียโมเมนตัม และเปิดโอกาสให้ราคากลับมาปรับตัวลงต่อ โดยมีแนวรับสำคัญที่ต้องจับตาบริเวณ 4,100 ดอลลาร์ และ 4,065 ดอลลาร์ตามลำดับ
ปัจจัยพื้นฐานหลักที่ขับเคลื่อนราคาทองคำวันนี้
ข้อมูลทางเศรษฐกิจ (Economic Data)
ความตึงเครียดสหรัฐฯ–อิหร่านและการโจมตีในช่องแคบ Hormuz
สหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านรอบใหม่ในช่วงเช้าวันพุธ พร้อมยกเลิกการผ่อนผันที่เคยอนุญาตให้อิหร่านขายน้ำมันในตลาดโลก หลังกล่าวหาว่าอิหร่านโจมตีเรือพาณิชย์สามลำในช่องแคบ Hormuz ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นแรง และช่วยหนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยบางส่วน หากความขัดแย้งบานปลายต่อเนื่อง หรือกระทบเส้นทางขนส่งน้ำมันโลกอย่างมีนัยสำคัญ จะยิ่งเพิ่มแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่หากสถานการณ์เริ่มคลี่คลายลง อาจเห็นแรงขายทำกำไรทองคำกลับเข้ามาได้เช่นกัน
รายงานการประชุม FOMC วันที่ 17 มิถุนายน
รายงานการประชุม FOMC มีกำหนดเปิดเผยในเช้าวันพฤหัสบดี โดยตลาดจะจับตามุมมองของกรรมการ Fed ต่อเงินเฟ้อ และจังหวะการลดดอกเบี้ยในช่วงที่เหลือของปี หากเนื้อหารายงานสะท้อนความกังวลต่อเงินเฟ้อ และมีโทน Hawkish จะเป็นแรงหนุนต่อดอลลาร์และกดดันทองคำ แต่หากส่งสัญญาณ Dovish หรือเปิดทางให้ Fed ลดดอกเบี้ยเร็วขึ้น จะเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำ
สภาวะตลาด (Market’s Outlook)
ตลาดในขณะนี้อยู่ในภาวะผสมผสานระหว่างโหมดหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากสถานการณ์อิหร่าน และความกังวลเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น โดยปกติแล้วทั้งสองปัจจัยนี้ควรเป็นแรงหนุนต่อทองคำ แต่ในรอบนี้ดอลลาร์กลับแข็งค่าขึ้นและดึงเงินทุนไหลเข้าแทน ภาพดังกล่าวสะท้อนว่านักลงทุนบางส่วนมองว่าดอลลาร์เป็นที่พักเงินที่ปลอดภัยกว่าทองคำในช่วงวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ระยะสั้น ความผันผวนจึงมีแนวโน้มสูงต่อเนื่อง จนกว่าตลาดจะเห็นทิศทางที่ชัดเจนมากขึ้นจากสถานการณ์อิหร่าน และรายงานการประชุม Fed ในวันพรุ่งนี้
Intermarket Analysis
ทองคำ vs. ตราสารหนี้ (XAU vs. US Yields): อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับขึ้น 8.2 bps มาอยู่ที่ 4.551% ซึ่งโดยปกติถือเป็นแรงกดดันต่อทองคำ เพราะพันธบัตรให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจมากขึ้น ในรอบนี้ ทองคำตอบสนองตามกลไกปกติ คือปรับตัวลดลงตาม Yield ที่สูงขึ้น สะท้อนว่าความสัมพันธ์ระหว่างทองคำกับอัตราดอกเบี้ยยังทำงานตามเดิม และยังไม่ถึงขั้น Decouple อย่างชัดเจน
ทองคำ vs. ค่าเงินดอลลาร์ (XAUUSD vs. DXY): ดัชนีดอลลาร์ปิดที่ระดับ 101.02 และยังทรงตัวในระดับสูงช่วงเช้าวันนี้บริเวณ 100.9 ซึ่งเป็นแรงกดดันหลักที่ทำให้ทองคำร่วงลงเมื่อวาน ความสัมพันธ์ผกผันระหว่างทองคำกับดอลลาร์ยังทำงานตามปกติในรอบนี้ กล่าวคือ เมื่อดอลลาร์แข็งค่าจากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ทองคำกลับไม่ได้รับแรงหนุนเท่าที่ควร เพราะเงินทุนเลือกไหลเข้าดอลลาร์เป็นหลักแทน
ทองคำ vs. ตลาดหุ้น US (XAUUSD vs. S&P500): ดัชนี S&P500 ปิดที่ระดับ 7,503.85 จุด ลดลง 0.45% จากแรงขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ อย่างไรก็ตาม เงินที่ไหลออกจากหุ้นไม่ได้ไหลเข้าทองคำอย่างชัดเจน เนื่องจากนักลงทุนเลือกพักเงินในดอลลาร์แทน ภาพนี้ค่อนข้างผิดปกติเมื่อเทียบกับภาวะตลาดทั่วไป เพราะโดยปกติทองคำมักได้รับแรงหนุนเมื่อตลาดหุ้นปรับฐาน แต่ในรอบนี้ดอลลาร์กลายเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยหลักที่ตลาดเลือกถือมากกว่า
- แนวรับ(Key Support) : 4100 4065
- แนวต้าน(Key Resistance) : 4145 4165
สามารถติดตามบทวิเคราะห์ทองคำฉบับเจาะลึกปัจจัยพื้นฐานได้ใหม่ในวันพรุ่งนี้