บทวิเคราะห์กราฟทองคำประจำวันที่ 29/08/2025

ภาพรวมตลาด
ภาพรวมปัจจัยพื้นฐานของราคาทองคำ (XAUUSD) ได้มีแรงซื้อเข้ามาทำให้กำลังปรับตัวในระดับสูงสุดในรอบหลายสัปดาห์ ซึ่งหลังจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ประกาศเมื่อคืนวันพฤหัสบดีออกมาก็แข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดย GDP ไตรมาส 2 ที่ดีกว่าคาด และ ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน (Jobless Claims) ที่ต่ำกว่าคาด ได้ทำให้ Narrative “เศรษฐกิจชะลอตัว” นั้นเกิดความคลุมเครือมากขึ้น โดยสาเหตุหลักมาจากการที่ตลาดได้มองข้าม (Ignore) ข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง และหันไปให้ความสำคัญกับบทบาทดั้งเดิมของทองคำในฐานะ “สินทรัพย์ปลอดภัยขั้นสูง” (Ultimate Safe-Haven Asset) และการที่ค่าตัวเลขที่ประกาศกับการคาดการณ์นั้นไปในทิศทางเดียวกันและไม่ได้มีค่าที่ต่างกันอย่างมีนัยยะ
3417.04
- การเปลี่ยนแปลงของราคา (% Change)
-0.16%
- ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY % Change)
+0.19%
วิเคราะห์เชิงเทคนิค
TF Day: ในปัจจุบัน ราคาได้ทำการชนะ High ก่อนหน้าเป็นที่เรียบร้อย ถึงแม้ว่าข่าวที่ออกมานั้นจะเป็นผลลบต่อทองคำก็ตาม แต่เนื่องจากค่าที่ออกมานั้นไม่ได้มีค่าที่ห่างหรือแตกต่างกับการคาดการณ์มากรวมถึงยังไปในทิศทางเดียวกันด้วย เลยเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ราคาไม่ได้ปรับตัวลงให้เราเห็น ซึ่งถ้าราคาจะพุ่งขึ้นต่อ มองว่าถ้าราคาปิดอีกหนึ่งแท่งยืนเหนือได้จะเป็นภาพที่เข้าทางมุมมองฝั่ง Buy มากกว่า แล้วรอดูอีกทีที่ 3439 หรือต้านต่อไป ส่วนฝั่ง Sell ถึงแม้ว่าราคาจะหลุดกรอบสามเหลี่ยมไปแต่ก็ยังไม่ได้หลุดโครงสร้างพักตัวอยู่ทำให้ก็ยังมีโอกาสที่ราคาจะปรับตัวลงได้อยู่ซึ่ง จุดตัดสินจะมองว่าอยู่ที่ราคา 3439 เช่นกัน
TF H4: ส่วนใน Timeframe H4 ราคาก็ได้ไปตามมุมมองทิศทางขาขึ้นของเมื่อวานที่ให้ไว้หน้าเพจนะครับ ซึ่งราคาก็ได้ปรับตัวขึ้นโดยมีแรงสนับสนุนมาจาก Demand ขึ้นไป ส่วนปัจจุบันราคาก็กำลังลงมาพักตัวเพื่อเป็นการทดสอบแรงซื้อ ที่ ThrowBack จาก High หรือ ต้านก่อนหน้า โดยมองว่าราคายังคงไม่มีภาพของการหลุดเทรนด์ขาขึ้น ซึ่งสิ่งที่ต้องระวังคือ Supply ในกรอบ 3420-3439 เพราะอาจมีแรงขายจาก Supply เข้ามาเพื่อดันราคากลับเข้ากรอบ Sideway เหมือนเดิม
ปัจจัยพื้นฐานหลักที่ขับเคลื่อนราคาทองคำวันนี้
ข้อมูลตัวเลขทางเศรษฐกิจ (Economic Data)
สำหรับวันนี้ตัวเลขที่มีนัยยะนั้นคือ Core PCE Price Index m/m หรือตัวเลขวัดค่าใช้จ่ายของสินค้าและบริการที่ถูกซื้อ โดย หรือ ในนามของครัวเรือนทั้งหมด ซึ่งเฟดได้ให้ความสำคัญกับ Core PCE พอสมควรเพราะมันให้สัญญาณที่ชัดเจนกว่าเกี่ยวกับ แนวโน้มเงินเฟ้อที่แท้จริง หรือ “เงินเฟ้อฝืด” (Underlying or “Sticky” Inflation Trend) ราคาอาหารและพลังงานสามารถแกว่งตัวอย่างรุนแรงจากปัจจัยชั่วคราว เช่น สภาพอากาศ, เหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ หรือปัญหาห่วงโซ่อุปทาน การตัดปัจจัยเหล่านี้ออกไปจะช่วยให้ผู้กำหนดนโยบายมองเห็นแรงกดดันเงินเฟ้อที่ฝังลึกอยู่ในระบบเศรษฐกิจได้ดีขึ้น เช่น ต้นทุนค่าจ้างและภาคบริการ โดยตัวเลข Core PCE m/m (เทียบรายเดือน) มักจะถูกมองว่าเป็นตัวเลขที่สำคัญที่สุดในการวัดโมเมนตัมของแนวโน้มเงินเฟ้อที่แท้จริงนี้
ทิศทางของสินทรัพย์ที่มีความสัมพันธ์โดยตรง
มีรายงานข่าวด่วนในช่วงข้ามคืนถึงความตึงเครียดทางทหารที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในพื้นที่ตะวันออกกลาง (หรือความขัดแย้งสำคัญอื่นๆ) ซึ่งได้ส่ง Shockwave ไปทั่วตลาดการเงินโลก ซึ่งในสภาวะที่เกิดความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างเฉียบพลันเป็นปัจจัยส่งผลให้ กฎความสัมพันธ์ระหว่างสินทรัพย์ (Intermarket Correlations) แบบปกติจะพังทลายลง เพราะ บทบาทของทองคำอาจเปลี่ยนจากสินทรัพย์ที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย (Interest-rate Sensitive Asset) มาเป็น “มาตรวัดความกลัว” (Fear Gauge) และ “เครื่องมือป้องกันความมั่งคั่งในยามวิกฤต” (Crisis Hedge) นั่นเอง
- แนวรับ(Key Resistance) : 3385 3394
- แนวต้าน(Key Support) : 3419 3434
สามารถติดตามบทวิเคราะห์ทองคำฉบับเจาะลึกปัจจัยพื้นฐานได้ใหม่ในวันพรุ่งนี้
ข้อควรระวัง: การลงทุนมีความเสี่ยง บทวิเคราะห์นี้เป็นเพียงการให้ข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่คำแนะนำในการซื้อขาย ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการลงทุน