บทวิเคราะห์กราฟทองคำประจำวันที่ 08/10/2025

ภาพรวมตลาด
การที่ราคาทองคำ (XAUUSD) พุ่งทะยานขึ้นเหนือระดับ $4,000 และยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง (A Powerful Secular Bull Market) เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าตลาดการเงินโลกได้เปลี่ยนเข้าสู่ “ภาวะวิกฤต” (Crisis Mode) โดยสมบูรณ์แล้ว ในสภาวะเช่นนี้ ปัจจัยขับเคลื่อนพื้นฐานได้เปลี่ยนจาก “ข้อมูลเศรษฐกิจรายเดือน” ไปสู่ “ความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง” (Structural Risks) ที่ใหญ่กว่ามาก ได้แก่ ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ขั้นรุนแรง (Severe Geopolitical Risk) และ วิกฤตศรัทธาต่อสกุลเงิน Fiat (A Crisis of Confidence in Fiat Currencies) ดังนั้น ข้อมูลเศรษฐกิจที่จะประกาศในคืนนี้ เช่น ADP จะมีความสำคัญลดลงอย่างมาก และถูกบดบังโดย Narrative ที่ใหญ่กว่านี้โดยสิ้นเชิง
- ราคาปิดแท่งก่อนหน้า (Previous Close)
3984.52
- การเปลี่ยนแปลงของราคา (XAUUSD % Change)
+0.67%
- ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY % Change)
+0.31%
วิเคราะห์เชิงเทคนิค
TF Day: ราคาทองหลังจากที่ปิดบวกไปเมื่อวานก็ได้ปรับตัวทะลุ 4000 ไปแล้วโดยที่ Timeframe Day ไม่มีการย่อของราคาให้เห็นเลย แต่ถึงอย่างนั้น ราคาก็ยังคงวิ่งเหนือ EMA แบบชัดเจนซึ่งเป็นหนึ่งในตัวยืนยันว่าราคายังคงอยู่ในทิศทางขาขึ้นอยู่ หากแต่อาจมีโอกาสเกิดการพักตัวได้ โดยที่การเทรดเราก็จะไปไล่ Follow up ใน H1 หรือ M15 ไปเลยเนื่องจากราคาไม่ย่อให้เราเลยใน Timeframe ใหญ่ๆนะครับ
TF H4: มุมมองของ H4 นั้นเป็นไปในภาพเดียวกับ Day เลยคือการที่ราคาวิ่งเหนือ EMA และไม่มีการย่อเกิดขึ้น ทำให้เราหาจุดย่อในการบายเพื่อไปต่อค่อนข้างยาก ซึ่งต้องเข้าไป Follow up ใน H1 หรือ M15 เอา แต่ก็ยังคงมีจุดนัยยะที่น่าสนใจถ้าราคาย่อลงมาคือที่ราคา 3990 และ 3977
ปัจจัยพื้นฐานหลักที่ขับเคลื่อนราคาทองคำวันนี้
ข้อมูลตัวเลขทางเศรษฐกิจ (Economic Data)
ข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชน (ADP) ที่จะประกาศในสัปดาห์นี้ ได้มีความสำคัญที่น้อยลง (Becomes less Irrelevant) เนื่องจากตลาดเริ่มจะไม่สนใจแล้วว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะสร้างงานได้ 1 แสนตำแหน่ง หรือ 2 แสนตำแหน่งในเดือนที่แล้ว แต่สนใจว่าเสถียรภาพของระบบการเงินโลกจะเป็นอย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ทำให้ปัจจัยที่ขับเคลื่อนตลาดในขณะนี้คือ 1.การดำเนินการที่ไม่ปกติของธนาคารกลาง (Unconventional Central Bank Actions) 2.พาดหัวข่าวทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Headlines) 3.การประกาศนโยบายการคลังฉุกเฉินของรัฐบาล (Emergency Fiscal Policy)
สภาวะตลาด (Market’s Condition)
การที่ราคาทองคำพุ่งขึ้นในระดับนี้ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยความคาดหวังว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยเพียงเล็กน้อยอีกต่อไป แต่มันมีรากฐานมาจากความกลัวที่ลึกซึ้งกว่านั้น ซึ่งโดยทั่วไปจะมาจากปัจจัยต่อไปนี้อย่างน้อยหนึ่งอย่าง 1.ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ขั้นรุนแรง: มีแนวโน้มสูงว่าได้เกิดความขัดแย้งทางทหารขนาดใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับมหาอำนาจโลก ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการ “วิ่งเข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัยขั้นสูงสุด” (A Massive Flight to Ultimate Safety) หรือ 2.การเสื่อมค่าของสกุลเงิน Fiat (Debasement of Fiat Currencies): รัฐบาลอาจกำลังทำการพิมพ์เงิน (Monetary Stimulus) หรือก่อหนี้มหาศาล (Fiscal Stimulus) เพื่อรับมือกับวิกฤต (เช่น สงคราม) ซึ่งได้ทำลายความเชื่อมั่นในมูลค่าของสกุลเงินหลัก โดยเฉพาะดอลลาร์สหรัฐ โดยที่ในสถานการณ์นี้ ทองคำได้กลับคืนสู่บทบาทดั้งเดิมในประวัติศาสตร์ นั่นคือการเป็น “สินทรัพย์ทางการเงิน” (A Monetary Asset) ที่แท้จริง ไม่ใช่แค่สินค้าโภคภัณฑ์ มันถูกซื้อเพื่อป้องกันความมั่งคั่งจากการล่มสลายของระบบ ไม่ใช่เพื่อเก็งกำไรจากการเคลื่อนไหวของอัตราดอกเบี้ย
บทบาทใหม่ของทองคำและตลาด Intermarket (Gold’s New Role and Intermarket Dynamics)
ทองคำได้ “แยกตัวออกจาก” (Decoupled) ความสัมพันธ์แบบเดิมๆ ที่เคยมีกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Real Yields) และค่าเงินดอลลาร์ โดยแบ่งเป็นสองรูปแบบคือ Gold vs. Fiat การเคลื่อนไหวของทองคำในขณะนี้คือภาพสะท้อนของความเชื่อมั่นที่มีต่อ “ทุกสกุลเงิน Fiat” ไม่ใช่แค่ดอลลาร์สหรัฐเพียงอย่างเดียว เราอาจเห็นราคาทองคำพุ่งสูงขึ้นในทุกสกุลเงินหลัก (EUR, JPY, GBP) และ Gold vs. Bonds แม้ว่าโดยปกติแล้วพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ จะเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย แต่หากวิกฤตครั้งนี้เกี่ยวข้องกับความสามารถในการชำระหนี้ของสหรัฐฯ เอง (Sovereign Debt Crisis) เราอาจเห็นปรากฏการณ์ที่แปลกประหลาดคือ ทั้งราคาพันธบัตร (Yields สูงขึ้น) และราคาทองคำต่างก็ปรับตัวสูงขึ้นพร้อมกัน เพราะนักลงทุนไม่เชื่อมั่นในสินทรัพย์ที่เป็นกระดาษอีกต่อไป
- แนวรับ(Key Support) : 3947 3977
- แนวต้าน(Key Resistance) : –
สามารถติดตามบทวิเคราะห์ทองคำฉบับเจาะลึกปัจจัยพื้นฐานได้ใหม่ในวันพรุ่งนี้
ข้อควรระวัง: การลงทุนมีความเสี่ยง บทวิเคราะห์นี้เป็นเพียงการให้ข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่คำแนะนำในการซื้อขาย ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการลงทุน