บทวิเคราะห์กราฟทองคำประจำวันที่ 09/10/2025

ภาพรวมตลาด
ราคาทองคำ (XAUUSD) ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากสถานะในฐานะ “สินทรัพย์หลบภัยขั้นสูงสุด” (Ultimate Safe-Haven Asset) ท่ามกลาง “ภาวะวิกฤต” (Crisis Mode) ที่ยังคงดำเนินอยู่ ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์หรือวิกฤตศรัทธาต่อสกุลเงิน Fiat อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ตลาดจะต้องเผชิญกับ Event Risk ที่สำคัญมากๆ นั่นคือการประกาศ “ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)” หรือข้อมูลเงินเฟ้อ ควบคู่ไปกับ “ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน (Jobless Claims)” แม้ว่าในภาวะปกติทองคำจะอ่อนไหวต่อข้อมูลเหล่านี้ แต่ในบริบทปัจจุบัน ตลาดจะตีความข้อมูลเหล่านี้แตกต่างออกไป โดยจะมองผ่าน “มุมมองเชิงของวิกฤต” เป็นหลัก
- ราคาปิดแท่งก่อนหน้า (Previous Close)
4041.68
- การเปลี่ยนแปลงของราคา (XAUUSD % Change)
-0.49%
- ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY % Change)
-0.16%
วิเคราะห์เชิงเทคนิค
TF Day: ปัจจุบันราคาได้เริ่มเกิดการพักตัวลงมาแล้วหลังจากที่พุ่งขึ้นมาอย่างรุนแรงตั้งแต่ต้นสัปดาห์ ซึ่งคาดว่าการพักครั้งนี้อาจยังไม่ใช่การกลับตัวแต่เป็นการพักเพื่อไปต่อของราคา ที่จะมองเป้าแรกอยู่ที่ 4,100 ส่วนการหาจุดเข้าเทรดจะเป็นการรอสัญญาณกลับตัวที่ชัดเจนใน Timeframe เล็กๆแล้วกลับมา Follow หน้าเทรนด์เดิมนะครับ
TF H4: ต่อมาจาก Day ที่จะรอดูสัญญาณกลับตัวที่ชัดเจนแล้วค่อยกลับมา Follow แต่สำหรับ H4 จะยังไม่ได้หาในตัวของสัญญาณกลับตัวแต่ยังคงเป็นการรอเข้าเทรดตามหน้าเดิมอยู่เนื่องจากโครงสร้างของราคายังไม่ได้ถูกทำลาย แต่ถ้าราคาพักตัวและปรับลงมาต่ำกว่า 3950 ได้ ก็จะหยุดการหาจุดเพื่อเข้าเทรดและรอมองหาสัญญาณกลับตัวแทน
ปัจจัยพื้นฐานหลักที่ขับเคลื่อนราคาทองคำวันนี้
ข้อมูลตัวเลขทางเศรษฐกิจ (Economic Data)
ในสภาวะที่ไม่มีข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคชั้นนำ (Tier-1 Macro Data) เข้ามาเป็นตัวชี้นำ ปัจจัยพื้นฐานเพียงหนึ่งเดียวที่ขับเคลื่อนตลาดในขณะนี้คือ สถานะของทองคำในฐานะ “สินทรัพย์หลบภัยขั้นสูงสุด” (Ultimate Safe Haven) ทำให้ตลาดกำลังซื้อขายโดยอิงจาก “Sentiment” และ “ความกลัว” เป็นหลัก ไม่ได้อิงจากวัฏจักรเศรษฐกิจปกติอีกต่อไป และ “แรงซื้อเชิงโครงสร้าง” (The structural bid) สำหรับทองคำยังคงแข็งแกร่งอย่างยิ่ง และราคาได้แยกตัวออกจาก การเคลื่อนไหวที่ควรจะเป็นตามทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ไปแล้ว
สภาวะตลาด (Market’s Condition)
การที่ราคาทองคำพุ่งขึ้นในระดับนี้ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยความคาดหวังว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยเพียงเล็กน้อยอีกต่อไป แต่มันมีรากฐานมาจากความกลัวที่ลึกซึ้งกว่านั้น ซึ่งโดยทั่วไปจะมาจากปัจจัยต่อไปนี้อย่างน้อยหนึ่งอย่าง 1.ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ขั้นรุนแรง: มีแนวโน้มสูงว่าได้เกิดความขัดแย้งทางทหารขนาดใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับมหาอำนาจโลก ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการ “วิ่งเข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัยขั้นสูงสุด” (A Massive Flight to Ultimate Safety) หรือ 2.การเสื่อมค่าของสกุลเงิน Fiat (Debasement of Fiat Currencies): รัฐบาลอาจกำลังทำการพิมพ์เงิน (Monetary Stimulus) หรือก่อหนี้มหาศาล (Fiscal Stimulus) เพื่อรับมือกับวิกฤต (เช่น สงคราม) ซึ่งได้ทำลายความเชื่อมั่นในมูลค่าของสกุลเงินหลัก โดยเฉพาะดอลลาร์สหรัฐ โดยที่ในสถานการณ์นี้ ทองคำได้กลับคืนสู่บทบาทดั้งเดิมในประวัติศาสตร์ นั่นคือการเป็น “สินทรัพย์ทางการเงิน” (A Monetary Asset) ที่แท้จริง ไม่ใช่แค่สินค้าโภคภัณฑ์ มันถูกซื้อเพื่อป้องกันความมั่งคั่งจากการล่มสลายของระบบ ไม่ใช่เพื่อเก็งกำไรจากการเคลื่อนไหวของอัตราดอกเบี้ย
บทบาทใหม่ของทองคำและตลาด Intermarket (Gold’s New Role and Intermarket Dynamics)
ทองคำได้ “แยกตัวออกจาก” (Decoupled) ความสัมพันธ์แบบเดิมๆ ที่เคยมีกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Real Yields) และค่าเงินดอลลาร์ โดยแบ่งเป็นสองรูปแบบคือ Gold vs. Fiat การเคลื่อนไหวของทองคำในขณะนี้คือภาพสะท้อนของความเชื่อมั่นที่มีต่อ “ทุกสกุลเงิน Fiat” ไม่ใช่แค่ดอลลาร์สหรัฐเพียงอย่างเดียว เราอาจเห็นราคาทองคำพุ่งสูงขึ้นในทุกสกุลเงินหลัก (EUR, JPY, GBP) และ Gold vs. Bonds แม้ว่าโดยปกติแล้วพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ จะเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย แต่หากวิกฤตครั้งนี้เกี่ยวข้องกับความสามารถในการชำระหนี้ของสหรัฐฯ เอง (Sovereign Debt Crisis) เราอาจเห็นปรากฏการณ์ที่แปลกประหลาดคือ ทั้งราคาพันธบัตร (Yields สูงขึ้น) และราคาทองคำต่างก็ปรับตัวสูงขึ้นพร้อมกัน เพราะนักลงทุนไม่เชื่อมั่นในสินทรัพย์ที่เป็นกระดาษอีกต่อไป
- แนวรับ(Key Support) : 3977 4000
- แนวต้าน(Key Resistance) : 4060
สามารถติดตามบทวิเคราะห์ทองคำฉบับเจาะลึกปัจจัยพื้นฐานได้ใหม่ในวันพรุ่งนี้
ข้อควรระวัง: การลงทุนมีความเสี่ยง บทวิเคราะห์นี้เป็นเพียงการให้ข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่คำแนะนำในการซื้อขาย ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการลงทุน