บทวิเคราะห์กราฟทองคำประจำวันที่ 27/03/2026

ภาพรวมตลาด
ราคาทองคำปรับตัวลงอย่างรุนแรงในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยร่วงลงกว่า 2.7% จากแรงกดดันหลายด้านที่เข้ามาพร้อมกัน ทั้งค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่พุ่งขึ้นกว่า 9 bps ในฝั่ง 10 ปี รวมถึงความคาดหวังของตลาดต่อความเป็นไปได้ในการเจรจาสงบศึกกับอิหร่าน แม้ว่าทรัมป์จะยังคงส่งสัญญาณที่ไม่แน่นอนหลายทิศทาง ส่งผลให้แรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยลดลงชั่วคราว ขณะเดียวกันราคาน้ำมันกลับพุ่งขึ้นแรงกว่า 5% ซึ่งยิ่งซ้ำเติมความกังวลด้านเงินเฟ้อ และกดดันให้ตลาดเชื่อว่า Fed จะยังไม่รีบลดดอกเบี้ย ทำให้ทองคำขาดแรงหนุนเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ในช่วงเช้าวันนี้ (27 มี.ค.) ราคาทองคำเริ่มฟื้นตัวขึ้นกลับมายืนเหนือระดับ 4,430 ดอลลาร์ หลังจากทรัมป์ประกาศขยายระยะเวลาหยุดโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของอิหร่านออกไปอีก 10 วัน จนถึงวันที่ 6 เมษายน ซึ่งช่วยให้ Sentiment ตลาดผ่อนคลายลงชั่วคราว
- ราคาปิดแท่งก่อนหน้า (Previous Close)
4,381
- การเปลี่ยนแปลงของราคา (XAUUSD % Change)
-2.7%
- ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY % Change)
+0.3%
วิเคราะห์เชิงเทคนิค
TF Day: ราคาทองคำในกรอบเวลารายวัน (DAILY) เคลื่อนที่ออกข้าง (SIDEWAY) ในช่วงนี้ หลังจากที่ราคาปรับตัวลงแรงก่อนหน้า สะท้อนถึงภาวะพักตัวของตลาด อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมราคายังคงได้รับแรงหนุนจากรูปแบบกลับตัว Hammer ที่เกิดขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ ซึ่งยังช่วยประคองให้โครงสร้างระยะสั้นมีโอกาสฟื้นตัวขึ้นได้ ทำให้มุมมองยังเปิดโอกาสที่ราคาจะปรับตัวขึ้นต่อได้ในระยะถัดไป แต่ทั้งนี้ยังคงต้องระมัดระวัง หากราคาหลุดแนวรับสำคัญบริเวณ 4,098 ดอลลาร์ลงไป จะเป็นสัญญาณยืนยันว่าโมเมนตัมขาลงกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง และอาจกดดันให้ราคาปรับตัวลงต่อได้ในภาพรวม
TF H4: ราคาทองคำในกรอบเวลา 4 ชั่วโมง (H4) ปรับตัวลงมาทดสอบแนวรับบริเวณ Demand Zone ก่อนที่จะเริ่มชะลอแรงขายด้วยการทำรูปแบบ Doji ซึ่งสะท้อนถึงภาวะลังเลของตลาด ก่อนที่ราคาจะสามารถดีดตัวกลับขึ้นมาได้เล็กน้อย ในภาพรวมแม้ก่อนหน้าจะเป็นขาลง แต่การเกิดสัญญาณชะลอแรงขายบริเวณแนวรับสำคัญ ทำให้ราคามีโอกาสฟื้นตัวขึ้นต่อได้ในระยะสั้น โดยมีแนวต้านถัดไปอยู่ที่บริเวณ 4,660 ดอลลาร์ ซึ่งหากราคาสามารถทะลุขึ้นไปได้ จะเป็นการเปิด Upside ต่อไปยังบริเวณ 4,850 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม หากราคาไม่สามารถผ่านแนวต้านดังกล่าวได้ ก็ยังมีความเสี่ยงที่ราคาจะกลับเข้าสู่แรงขายอีกครั้งเช่นกัน
ปัจจัยพื้นฐานหลักที่ขับเคลื่อนราคาทองคำวันนี้
ข้อมูลทางเศรษฐกิจ (Economic Data)
ความตึงเครียดสหรัฐฯ–อิหร่าน และการขยายเวลาหยุดยิง
ทรัมป์ประกาศขยายระยะเวลาหยุดโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของอิหร่านออกไปอีก 10 วัน ตามคำขอของอิหร่าน ซึ่งช่วยลดความตึงเครียดในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงมองว่าความไม่แน่นอนยังอยู่ในระดับสูง เนื่องจากยังมีการส่งสัญญาณเชิงกดดันควบคู่กันไป หากการเจรจาล้มเหลวหรือสถานการณ์กลับมาตึงเครียด จะหนุนทั้งทองคำและน้ำมันอย่างรวดเร็ว แต่หากมีความคืบหน้าเชิงบวก อาจเห็นแรงขายทำกำไรในทองคำได้เช่นกัน ทำให้ปัจจัยนี้ยังคงเป็นตัวแปรหลักของตลาดในช่วงนี้
สภาวะตลาด (Market’s Outlook)
ตลาดในช่วงนี้อยู่ในโหมด “Risk-off แบบซับซ้อน” กล่าวคือ ราคาทองคำถูกขับเคลื่อนด้วยแรงสองด้านพร้อมกัน โดยด้านหนึ่งได้รับแรงหนุนจากความไม่แน่นอนของสงครามอิหร่านและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังไม่คลี่คลาย แต่อีกด้านหนึ่งกลับถูกกดดันจากท่าที Hawkish ของ Fed ที่ส่งสัญญาณว่าดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับสูงนานกว่าที่ตลาดคาด ซึ่งทำให้ต้นทุนในการถือทองคำเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นก็กลายเป็นปัจจัย “สองคม” เพราะแม้จะสะท้อนความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ แต่ก็ผลักเงินเฟ้อขึ้นและบังคับให้ Fed ต้องคงนโยบายตึงตัว อย่างไรก็ตาม ภาพรวมในเช้าวันนี้เริ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อยจากข่าวขยายเวลาหยุดยิง แต่ตลาดยังห่างไกลจากการกลับเข้าสู่โหมด Risk-on อย่างเต็มตัว
Intermarket Analysis
ทองคำ vs. ตราสารหนี้ (XAU vs. US Yields): อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นแรงกว่า 9 bps สู่ระดับ 4.42% ซึ่งสะท้อนว่าตลาดปรับลดความคาดหวังการลดดอกเบี้ยลงอย่างชัดเจน จากแรงกดดันเงินเฟ้อที่มาจากราคาน้ำมันและท่าทีของ Fed โดยปกติเมื่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวขึ้นจะเป็นแรงกดดันต่อทองคำ เนื่องจากนักลงทุนหันไปถือสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนแทน และในรอบนี้ความสัมพันธ์ดังกล่าวยังคงทำงานตามปกติ อย่างไรก็ตาม การที่ทองคำเริ่มฟื้นตัวในเช้าวันนี้แม้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลยังอยู่ในระดับสูง สะท้อนว่าปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงมีน้ำหนักต่อราคาทองคำ
ทองคำ vs. ค่าเงินดอลลาร์ (XAUUSD vs. DXY): Dollar Index แข็งค่าขึ้นประมาณ 0.30% สู่ระดับใกล้ 99.90 ซึ่งเป็นแรงกดดันโดยตรงต่อทองคำตามความสัมพันธ์ปกติ เนื่องจากทองคำถูกกำหนดราคาเป็นดอลลาร์ เมื่อดอลลาร์แข็งค่าจะทำให้ทองคำแพงขึ้นสำหรับผู้ถือสกุลเงินอื่น และลดความต้องการซื้อ โดยในรอบนี้ความสัมพันธ์แบบ Inverse ยังทำงานได้ชัดเจน อย่างไรก็ตาม ในช่วงเช้าวันนี้ DXY เริ่มอ่อนตัวเล็กน้อย ขณะที่ทองคำฟื้นตัว ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางที่คาดไว้ โดยระดับ 100 ของ DXY จะเป็นโซนสำคัญที่ต้องจับตา หากสามารถยืนเหนือได้ อาจกดดันทองคำเพิ่มเติม
ทองคำ vs. ตลาดหุ้น US (XAUUSD vs. S&P500): ดัชนี S&P500 ปรับตัวลง 1.74% ปิดที่ 6,477.16 จุด โดยได้รับแรงกดดันจากทั้งความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น และแรงขายในหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม ทองคำไม่ได้ปรับขึ้นตามรูปแบบ Risk-off ปกติ เนื่องจากแรงกดดันจากดอลลาร์แข็งและ Bond Yield สูงเข้ามาหักล้าง ในช่วงเช้าวันนี้ S&P Futures ฟื้นตัวขึ้นประมาณ 0.25% จากข่าวขยายเวลาหยุดยิง สะท้อนว่าตลาดหุ้นตอบรับเชิงบวกต่อการลดความเสี่ยงในระยะสั้น โดยภาพรวมแล้วทั้งทองคำและหุ้นในช่วงนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยข่าวรายวันมากกว่าความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างตามปกติ
- แนวรับ(Key Support) : 3940 4100
- แนวต้าน(Key Resistance) : 4660 4850
สามารถติดตามบทวิเคราะห์ทองคำฉบับเจาะลึกปัจจัยพื้นฐานได้ใหม่ในวันพรุ่งนี้
ข้อควรระวัง: การลงทุนมีความเสี่ยง บทวิเคราะห์นี้เป็นเพียงการให้ข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่คำแนะนำในการซื้อขาย ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการลงทุน