บทวิเคราะห์กราฟทองคำประจำวันที่ 26/03/2026

ภาพรวมตลาด
ราคาทองคำฟื้นตัวขึ้นอย่างชัดเจนในวันพุธที่ผ่านมา โดยราคาปรับขึ้นเกือบ 0.65% สู่ระดับ 4,505.75 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ Gold Futures สัญญาเดือนเมษายนพุ่งขึ้นมากกว่า 3% มาอยู่ที่ 4,552.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยแรงหนุนหลักมาจากรายงานว่าสหรัฐฯ กำลังเสนอแผน 15 ข้อเพื่อยุติสงครามกับอิหร่าน พร้อมข้อเสนอหยุดยิง 1 เดือนเพื่อเปิดทางการเจรจา ส่งผลให้ความตึงเครียดในตะวันออกกลางผ่อนคลายลงชั่วคราว และราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงกว่า 2.2% ซึ่งช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม อิหร่านยังคงปฏิเสธการเจรจาโดยตรงและยื่นข้อเรียกร้อง 5 ข้อ รวมถึงการชดเชยความเสียหายจากสงคราม ทำให้ตลาดยังไม่คลายความกังวลอย่างเต็มที่
- ราคาปิดแท่งก่อนหน้า (Previous Close)
4,535.69
- การเปลี่ยนแปลงของราคา (XAUUSD % Change)
+0.65%
- ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY % Change)
+0.17%
วิเคราะห์เชิงเทคนิค
TF Day: ราคาทองคำในกรอบเวลารายวัน (DAILY) เกิดรูปแบบ Shooting Star ในช่วงเมื่อวานที่ผ่านมา ซึ่งโดยปกติถือเป็นสัญญาณเชิงลบ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากรูปแบบดังกล่าวไม่ได้เกิดหลังจากการปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรง จึงทำให้ความน่าเชื่อถือของสัญญาณกลับตัวลดลง และอาจเป็นเพียงแรงขายระยะสั้นมากกว่าจะเป็นการเปลี่ยนแนวโน้มหลัก ในภาพรวมราคายังคงมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อได้ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากสัญญาณ Hammer ที่เกิดขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ซึ่งยังคงมีน้ำหนักมากกว่าในเชิงโครงสร้าง แต่ทั้งนี้ หากราคาหลุดแนวรับสำคัญบริเวณ 4,098 ดอลลาร์ลงไป จะเป็นการยืนยันว่าโมเมนตัมขาลงกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง และอาจกดดันให้ราคาปรับตัวลงต่อในระยะถัดไปได้
TF H4: ราคาทองคำในกรอบเวลา 4 ชั่วโมง (H4) เคลื่อนไหวออกข้าง (SIDEWAY) ในช่วงเมื่อวานที่ผ่านมา หลังจากที่ราคาปรับตัวขึ้นมาในช่วงก่อนหน้า สะท้อนถึงการพักตัวของตลาดในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมราคายังคงได้รับแรงหนุนจากแนวโน้มขาขึ้นของ Timeframe ที่ใหญ่กว่า และยังไม่ได้มีสัญญาณกลับตัวเป็นขาลงที่ชัดเจน ทำให้มุมมองยังคงให้น้ำหนักฝั่งขาขึ้นมากกว่า โดยมีโอกาสที่ราคาจะปรับตัวขึ้นต่อได้ในระยะถัดไป ทั้งนี้ แนวต้านสำคัญถัดไปจะอยู่บริเวณ 4,660 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นโซนที่ต้องจับตา หากราคาสามารถทะลุขึ้นไปได้ ก็จะเป็นการเปิด Upside ให้ราคาปรับตัวขึ้นต่อได้อีกระลอก แต่หากไม่สามารถผ่านได้ ก็อาจเห็นแรงขายกดดันให้ราคาย่อตัวลงมาอีกครั้งได้เช่นกัน
ปัจจัยพื้นฐานหลักที่ขับเคลื่อนราคาทองคำวันนี้
ข้อมูลทางเศรษฐกิจ (Economic Data)
ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ (คาดการณ์ 2.11 แสนคน)
ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ (US Initial Jobless Claims) ยังคงเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่ตลาดจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสะท้อนภาพตลาดแรงงานได้รวดเร็วและประกาศทุกสัปดาห์ โดยสัปดาห์ก่อนหน้าตัวเลขอยู่ที่ 205,000 ราย ซึ่งถือว่าค่อนข้างต่ำ และหากตัวเลขในสัปดาห์นี้ออกมาสูงกว่าคาดจะสะท้อนว่าตลาดแรงงานเริ่มอ่อนแอลง เพิ่มโอกาสที่ Fed จะพิจารณาลดดอกเบี้ย ซึ่งจะกดดันดอลลาร์และเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำ ในทางกลับกัน หากตัวเลขออกมาต่ำกว่าคาดจะสะท้อนว่าตลาดแรงงานยังแข็งแกร่ง ทำให้ Fed มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไป ซึ่งจะหนุนดอลลาร์และกดดันราคาทองคำในระยะสั้น โดยปัจจุบันยังไม่มีตัวเลขคาดการณ์ที่ชัดเจน
ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน (Geopolitics)
สถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ตลาดติดตามอย่างใกล้ชิด แม้ว่าสหรัฐฯ จะระบุว่าการเจรจากำลังดำเนินอยู่ แต่ฝั่งอิหร่านยืนยันว่าการสื่อสารผ่านตัวกลางยังไม่ถือเป็นการเจรจาโดยตรง และยังคงยื่นข้อเรียกร้องหลายประการ รวมถึงการชดเชยความเสียหายจากสงคราม ซึ่งทำให้ความไม่แน่นอนยังคงอยู่ โดยหากการเจรจาล้มเหลวหรือสถานการณ์บานปลายจะเป็นปัจจัยหนุนทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่หากมีสัญญาณเชิงบวกเกี่ยวกับการหยุดยิงอย่างชัดเจน ก็อาจเห็นแรงขายทำกำไรในทองคำได้
สภาวะตลาด (Market’s Outlook)
ตลาดในช่วงนี้อยู่ในภาวะที่ค่อนข้างซับซ้อน เนื่องจากแม้ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ อย่าง S&P500 จะปรับตัวขึ้น 0.54% และ Nasdaq ขึ้น 0.77% ซึ่งสะท้อนแรงซื้อในสินทรัพย์เสี่ยง แต่ราคาทองคำกลับปรับตัวขึ้นในวันเดียวกันเช่นกัน แสดงให้เห็นว่านักลงทุนยังไม่ได้เลือกฝั่งอย่างชัดเจน โดยแรงซื้อทองคำในรอบนี้ได้รับแรงหนุนจากความหวังเกี่ยวกับการเจรจาสันติภาพ ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันลดลงและช่วยผ่อนคลายความกังวลด้านเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบอย่างท่าที Hawkish ของ Fed และความไม่แน่นอนของสถานการณ์อิหร่านยังคงกดดันตลาด ทำให้ราคาทองคำอยู่ในภาวะที่ได้รับแรงขับเคลื่อนจากทั้งสองด้านพร้อมกัน
Intermarket Analysis
ทองคำ vs. ตราสารหนี้ (XAU vs. US Yields): อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวลดลงประมาณ 7 bps มาอยู่ที่ระดับ 4.32% ซึ่งสะท้อนว่านักลงทุนกลับเข้าซื้อพันธบัตรในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ส่งผลให้ Real Yield ลดลงและทำให้ต้นทุนในการถือทองคำลดลงตามไปด้วย จึงเป็นเหตุผลที่ทองคำสามารถปรับตัวขึ้นพร้อมกับพันธบัตรได้ในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การที่การประมูลพันธบัตรรัฐบาล 5 ปีมีความต้องการต่ำสุดตั้งแต่ปี 2022 สะท้อนว่านักลงทุนยังคงกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อในระยะยาว ซึ่งยังเป็นปัจจัยสนับสนุนทองคำในภาพใหญ่
ทองคำ vs. ค่าเงินดอลลาร์ (XAUUSD vs. DXY): แม้ดัชนี Dollar Index จะปรับตัวขึ้น 0.17% แต่ราคาทองคำกลับปรับตัวขึ้นเช่นกัน ซึ่งสะท้อนภาวะที่มีการเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันอย่างชัดเจน โดยแรงซื้อทองคำในรอบนี้ไม่ได้มาจากปัจจัยด้านค่าเงิน แต่เป็นการเข้าซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดยังคงอยู่ในโหมดป้องกันความเสี่ยง
ทองคำ vs. ตลาดหุ้น US (XAUUSD vs. S&P500): ดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้นในขณะที่ทองคำก็ปรับขึ้นพร้อมกัน ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่ปกติ เนื่องจากโดยทั่วไปทั้งสองสินทรัพย์มักเคลื่อนไหวสวนทางกัน ปรากฏการณ์นี้สะท้อนว่านักลงทุนไม่ได้โยกเงินจากหุ้นไปทอง แต่เลือกเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหลายสินทรัพย์พร้อมกัน อย่างไรก็ตาม ในช่วงเช้าวันนี้ S&P Futures ปรับตัวลงเล็กน้อยประมาณ 0.12% ขณะที่ราคาทองคำก็ปรับตัวลงในทิศทางเดียวกัน ทำให้ต้องติดตามผลการประกาศ Jobless Claims ในคืนนี้อย่างใกล้ชิด เพราะอาจเป็นตัวกำหนดทิศทางตลาดในระยะถัดไป
- แนวรับ(Key Support) : 3940 4100
- แนวต้าน(Key Resistance) : 4660 4850
สามารถติดตามบทวิเคราะห์ทองคำฉบับเจาะลึกปัจจัยพื้นฐานได้ใหม่ในวันพรุ่งนี้
ข้อควรระวัง: การลงทุนมีความเสี่ยง บทวิเคราะห์นี้เป็นเพียงการให้ข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่คำแนะนำในการซื้อขาย ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการลงทุน