บทวิเคราะห์กราฟทองคำประจำวันที่ 08/05/2026

ภาพรวมตลาด
ราคาทองคำปรับตัวลงเล็กน้อยในช่วงเมื่อวาน โดยลดลงประมาณ -0.1% และปิดที่ระดับ 4,685.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ท่ามกลางแรงกดดันจากหลายปัจจัยที่เคลื่อนไหวสวนทางกัน ในช่วงแรกของวัน ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากความหวังเกี่ยวกับการเจรจาสงบศึกระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับลดลงและคู่เงินดอลลาร์อ่อนค่า อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายวันสถานการณ์กลับพลิกผัน หลังมีรายงานการปะทะทางทหารระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านบริเวณช่องแคบ Hormuz อีกครั้ง ทำให้ความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์กลับมาร้อนแรง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้น อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับสูงขึ้น สกุลเงินดอลลาร์แข็งค่า และราคาทองคำปรับตัวลง ในเช้าวันนี้ ราคาทองคำกลับมาฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อย โดยได้รับแรงหนุนจากความหวังว่าการเจรจาสงบศึกอาจมีความคืบหน้าอีกครั้ง ก่อนการประกาศตัวเลข Non-Farm Payrolls ในคืนนี้
- ราคาปิดแท่งก่อนหน้า (Previous Close)
4,685.80
- การเปลี่ยนแปลงของราคา (XAUUSD % Change)
-0.1%
- ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY % Change)
–0.24%
วิเคราะห์เชิงเทคนิค
TF Day: ราคาทองคำในกรอบเวลารายวัน (DAILY) เกิดรูปแบบ Gravestone Doji ในช่วงเมื่อวานที่ผ่านมา ซึ่งโดยปกติถือเป็นสัญญาณที่สะท้อนถึงแรงขายที่เริ่มกลับเข้ามากดดันตลาด อย่างไรก็ตาม เนื่องจากรูปแบบดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นหลังจากที่ราคาปรับตัวขึ้นมาอย่างรุนแรงหรืออยู่ในภาวะ Overextended มากนัก จึงทำให้ความน่าเชื่อถือในฐานะสัญญาณกลับตัวมีนัยสำคัญลดลง และอาจเป็นเพียงการชะลอโมเมนตัมระยะสั้นมากกว่าการเปลี่ยนแนวโน้มหลัก ดังนั้นในภาพรวมเรายังคงมองว่าราคาทองคำยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อได้ ตราบใดที่ราคายังไม่หลุดแนวรับสำคัญบริเวณ 4,510 ดอลลาร์ ซึ่งยังถือเป็นฐานสำคัญของโครงสร้างการฟื้นตัวรอบนี้อยู่
TF H4: ราคาทองคำในกรอบเวลา 4 ชั่วโมง (H4) ปรับตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านบริเวณ 4,760 ดอลลาร์ ก่อนจะเริ่มโดนแรงขายทำกำไรกดลงมา สะท้อนว่าบริเวณดังกล่าวยังคงเป็นโซนที่มีแรงขายรออยู่ อย่างไรก็ตาม แม้จะมีแรงเทขายกลับเข้ามา แต่โครงสร้างภาพรวมยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น ทำให้การอ่อนตัวในช่วงนี้ยังมีโอกาสเป็นเพียงการพักฐานระยะสั้นมากกว่าการกลับตัวลงจริง ดังนั้นจึงต้องระมัดระวังความผันผวนในช่วงนี้ให้ดี เพราะหากราคาปรับตัวลง ก็อาจเป็นเพียงการย่อตัวเพื่อสะสมแรงก่อนขึ้นต่ออีกครั้ง เว้นเสียแต่ว่าราคาจะหลุดแนวรับสำคัญบริเวณ 4,590 ดอลลาร์ลงไป ซึ่งจะเป็นสัญญาณว่าโมเมนตัมขาขึ้นเริ่มอ่อนแรงลงอย่างมีนัยสำคัญ
ปัจจัยพื้นฐานหลักที่ขับเคลื่อนราคาทองคำวันนี้
ข้อมูลทางเศรษฐกิจ (Economic Data)
Non-Farm Payrolls เดือนเมษายน (คาดการณ์ 65,000 ตำแหน่ง)
Non-Farm Payrolls หรือ NFP ถือเป็นตัวเลขเศรษฐกิจที่ตลาดทั่วโลกจับตามากที่สุดในแต่ละเดือน เพราะสะท้อนความแข็งแกร่งของตลาดแรงงานและเศรษฐกิจสหรัฐโดยตรง ตัวเลขคาดการณ์เดือนนี้อยู่เพียง 65,000 ตำแหน่ง ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากเดือนก่อนที่ 178,000 ตำแหน่ง ซึ่งสะท้อนว่าตลาดเริ่มมองว่าการจ้างงานกำลังชะลอตัว หากตัวเลขจริงออกมาต่ำกว่าคาด จะยิ่งเพิ่มความกังวลเรื่องเศรษฐกิจถดถอย กดดันดอลลาร์ และหนุนราคาทองคำอย่างชัดเจน ในทางกลับกัน หากตัวเลขออกมาดีกว่าคาดมาก อาจทำให้ตลาดกลับมามองว่า Fed ยังไม่มีความจำเป็นต้องลดดอกเบี้ยเร็ว ส่งผลให้ทองคำเผชิญแรงขายระยะสั้น นอกจากนี้ ตลาดยังจับตาอัตราการว่างงาน ค่าจ้างเฉลี่ยรายชั่วโมง และอัตราการมีส่วนร่วมในตลาดแรงงานควบคู่กันด้วย
ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน — การปะทะในช่องแคบ Hormuz
ช่องแคบ Hormuz ยังคงเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของตลาดพลังงานโลก เพราะมีน้ำมันกว่า 20% ของโลกไหลผ่านเส้นทางนี้ เหตุการณ์ปะทะเมื่อคืนระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ทำให้ตลาดกลับเข้าสู่โหมด Risk-off อย่างรวดเร็ว หลังจากก่อนหน้านี้นักลงทุนเริ่มมีความหวังว่าการเจรจาสงบศึกจะคืบหน้า โดยหากความขัดแย้งยกระดับขึ้นอีก ราคาน้ำมันมีโอกาสพุ่งแรง และทองคำจะได้รับแรงซื้อเพิ่มขึ้นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
สภาวะตลาด (Market’s Outlook)
ตลาดในขณะนี้อยู่ในภาวะที่ปัจจัยขับเคลื่อนเคลื่อนไหวสวนทางกันอย่างชัดเจน ด้านหนึ่งตลาดมีความหวังต่อการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งช่วยหนุนสินทรัพย์เสี่ยงและลดแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความเสี่ยงจากตัวเลข NFP ที่อาจออกมาอ่อนแอ รวมถึงความตึงเครียดทางทหารที่พร้อมปะทุซ้ำตลอดเวลา ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนทองคำ ทั้งนี้ Sentiment โดยรวมยังถือว่าเป็น Risk-off แม้ตลาดหุ้นสหรัฐจะยังทำ All-time High ได้ในช่วงต้นสัปดาห์จากความหวังเรื่อง AI และการเจรจาสันติภาพ แต่เมื่อมีข่าวปะทะกลับเข้ามา ตลาดก็พลิกกลับเข้าสู่โหมดระมัดระวังทันที ส่งผลให้ทองคำในระยะนี้ตอบสนองต่อพาดหัวข่าวด้านภูมิรัฐศาสตร์รวดเร็วกว่าปัจจัยเศรษฐกิจพื้นฐานตามปกติ
Intermarket Analysis
ทองคำ vs. ตราสารหนี้ (XAU vs. US Yields): อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับขึ้นสู่ระดับ 4.387% และเช้าวันนี้ขยับต่อสู่ 4.392% โดยปกติ Yield ที่สูงขึ้นจะกดดันทองคำ เพราะพันธบัตรให้ผลตอบแทนที่แน่นอนมากกว่า อย่างไรก็ตาม รอบนี้ทองคำยังสามารถปรับตัวขึ้นได้ แม้ Yield จะปรับขึ้น สะท้อนว่าตลาดกำลังอยู่ในภาวะ Decouple ซึ่งนักลงทุนให้น้ำหนักกับความเสี่ยงด้านสงครามและความไม่แน่นอนเชิงนโยบายมากกว่าระดับ Real Yield ตามปกติ
ทองคำ vs. ค่าเงินดอลลาร์ (XAUUSD vs. DXY): ดัชนี Dollar Index ปรับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 98.067 และล่าสุดเคลื่อนไหวแถว 98.22 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับค่อนข้างสูง โดยปกติแล้วดอลลาร์แข็งค่าจะเป็นแรงกดดันทองคำผ่านกลไก Inverse Correlation อย่างไรก็ตาม ในรอบนี้ดอลลาร์แข็งค่าจากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยเช่นเดียวกับทองคำ ไม่ได้แข็งค่าจากเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งเพียงอย่างเดียว ทำให้ทั้งดอลลาร์ และทองคำสามารถปรับขึ้นพร้อมกันได้ ซึ่งเป็นลักษณะที่มักเกิดในช่วงที่ตลาดกังวลความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างหนัก
ทองคำ vs. ตลาดหุ้น US (XAUUSD vs. S&P500): ดัชนี S&P 500 ปิดที่ระดับ 7,337.11 จุด ลดลง 0.38% หลังจากระหว่างวันราคาจะขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ได้ก่อนจะพลิกกลับลงมาตามข่าวการปะทะในช่องแคบ Hormuz ทำให้เงินทุนบางส่วนไหลออกจากตลาดหุ้นและกลับเข้าสู่ทองคำในช่วงปลายวัน ขณะที่เช้าวันนี้ S&P Futures ยังเคลื่อนไหวในแดนลบต่อเนื่อง ซึ่งยิ่งช่วยหนุนทองคำเพิ่มเติม ภาพรวมในรอบนี้สะท้อนว่าความสัมพันธ์แบบสวนทางระหว่างหุ้นและทองคำกลับมาทำงานค่อนข้างชัดเจน โดยนักลงทุนมองว่าทองคำยังเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยกว่าในช่วงที่ตลาดหุ้นมีความผันผวนสูง
- แนวรับ(Key Support) : 4510 4550
- แนวต้าน(Key Resistance) : 4760 4820
สามารถติดตามบทวิเคราะห์ทองคำฉบับเจาะลึกปัจจัยพื้นฐานได้ใหม่ในวันพรุ่งนี้