บทวิเคราะห์กราฟทองคำประจำวันที่ 18/09/2025

ภาพรวมตลาด
ภาพรวมปัจจัยพื้นฐานของราคาทองคำ (XAUUSD) ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงของราคาครั้งใหญ่ แต่ยังไม่สามารถที่จะเปลี่ยนโครงสร้างราคาได้อย่างสมบูรณ์ใน Timeframe ใหญ่ๆ หลังจากที่คณะกรรมการ FOMC ได้ตัดสินใจ ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ในการประชุมเมื่อคืนนี้ และที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือการส่งสัญญาณผ่าน “Dot Plot” ว่าจะมีการปรับลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีก 2 ครั้ง ภายในสิ้นปีนี้ การตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นการ เปิดฉากวงจรนโยบายการเงินผ่อนคลายครั้งใหม่ (A New Easing Cycle) อย่างเป็นทางการ โดยเฟดได้แสดงจุดยืนที่ชัดเจนว่ากำลังให้ความสำคัญกับความเสี่ยงของตลาดแรงงานที่อ่อนแอลง มากกว่าความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่ยังคงสูงอยู่ สภาวะแวดล้อมเช่นนี้เป็นบวกอย่างยิ่งต่อทองคำ โดยคาดว่าจะส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
- ราคาปิดเมื่อวาน (Previous Close)
3659.57
- การเปลี่ยนแปลงของราคา (XAUUSD % Change)
+0.07%
- ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY % Change)
+0.12%
วิเคราะห์เชิงเทคนิค
TF Day: หลังจากการกระชากและปรับตัวลงของราคาจากการประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเมื่อวาน จะเห็นได้ว่าใน Timeframe Day นั้นถึงแม้ว่าราคาจะปิดแดงจากแรงขายจำนวนมากแต่ ก็ราคาก็ยังคงไม่เปลี่ยนโครงสร้างของขาขึ้นอยู่ดี ทำให้มุมมองของภาพใหญ่อย่าง Day ก็จะยังมองเป็นภาพขาขึ้นเหมือนเดิม กลับกันใน Timeframe ที่ย่อยลงไปอาจต้องพิจารณาแยกเนื่องจากอาจเกิดการเปลี่ยนโครงสร้างราคาใน Timeframe ย่อยที่ไม่สามารถเจอใน Day ได้นั่นเอง
TF H4: ปัจจุบันราคาได้ทำ Swing ลงมาและทำลาย Demand ที่เราตีกันไว้เมื่อวานเรียบร้อยแล้ว ทำให้โครงสร้างราคาใน H4 นั้นเกิดการเปลี่ยนแปลง แต่ก็ยังไม่สามารถตีได้ว่ากำลังปรับเป็นขาลงแบบ 100% เนื่องจากในโครงสร้างปัจจุบันราคาก็สามารถปรับตัวเป็นชุดการพักตัวออกข้างหรือ Sideway ได้อีกด้วย ซึ่งจะสามารถยืนยันได้ว่ามีการเปลี่ยนโครงสร้างหลังจากที่ราคาสร้าง Swing เพิ่มและทำลาย Low ก่อนหน้าที่ราคา 3646 ได้ ส่วนหน้าในการเทรดวันนี้จะเป็นการเทรดหน้า Sell ผนวกกับสมมติฐานของการเป็น Sideway ด้วยนะครับ
ปัจจัยพื้นฐานหลักที่ขับเคลื่อนราคาทองคำวันนี้
ข้อมูลตัวเลขทางเศรษฐกิจ (Economic Data)
หลังจากเมื่อคืนที่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ย: เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% สู่ระดับ 4.00% – 4.25% ซึ่งเป็นการลดดอกเบี้ยครั้งแรกของปี และนอกจากนี้ยังมีเรื่องของ “Dot Plot” ใหม่ที่บ่งชี้ว่าคณะกรรมการคาดว่าจะมีการลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีก 2 ครั้งในปี 2025 ซึ่งเป็นจำนวนที่มากกว่าที่เคยส่งสัญญาณไว้ในเดือนมิถุนายน ทำให้นี่อาจเป็นการ “กลับทิศนโยบาย” (A Decisive Policy Pivot) ที่ชัดเจนและเป็นทางการ เพราะเฟดไม่ได้แค่พูด แต่ได้ลงมือทำแล้ว การกระทำนี้ยืนยันกับตลาดว่าธนาคารกลางได้เปลี่ยนจุดสนใจหลักจากการต่อสู้กับเงินเฟ้อ มาเป็นการ “ดำเนินการเชิงรุกเพื่อป้องกัน” (Preemptively Acting Against) ภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่อาจเกิดจากตลาดแรงงานที่อ่อนแอลง
การยอมรับความเสี่ยง Stagflation (Acknowledging Stagflation Risk)
การลดดอกเบี้ยครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ “ไม่ปกติ” อย่างยิ่ง ดังที่ประธานเฟดพาวเวลล์ได้กล่าวไว้ด้วย3ตัวแปรหลักๆคือ GDP: เฟด “ปรับเพิ่ม” คาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจ Inflation: เฟด “คง” คาดการณ์เงินเฟ้อไว้ในระดับสูง (Core PCE ที่ 3.1%) และปรับเพิ่มคาดการณ์ปี 2026 เล็กน้อย และ Unemployment: เฟด “ยอมรับ” ว่าความเสี่ยงด้านการจ้างงานได้เพิ่มสูงขึ้น การกระทำของเฟดคือการ “ลดดอกเบี้ยท่ามกลางภาวะ Stagflation” (A “Stagflationary Cut”) พวกเขากำลังลดดอกเบี้ยแม้ว่าเงินเฟ้อจะยังคงสูงกว่าเป้าหมายมากและเศรษฐกิจยังเติบโตได้ดี นี่คือสัญญาณที่ทรงพลังอย่างยิ่ง มันบอกกับตลาดว่าเฟด “ยอมที่จะทนกับภาวะเงินเฟ้อที่สูงต่อไปอีกนาน” (Willing to Tolerate Higher Inflation for Longer) เพื่อแลกกับการรักษาเสถียรภาพของตลาดแรงงาน ซึ่งเป็น ปัจจัยบวกอย่างมหาศาลสำหรับสินทรัพย์ที่ใช้ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ (Inflation-hedge Assets) อย่างทองคำ
- แนวรับ(Key Resistance) : 3646 3627
- แนวต้าน(Key Support) : 3707
สามารถติดตามบทวิเคราะห์ทองคำฉบับเจาะลึกปัจจัยพื้นฐานได้ใหม่ในวันพรุ่งนี้
ข้อควรระวัง: การลงทุนมีความเสี่ยง บทวิเคราะห์นี้เป็นเพียงการให้ข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่คำแนะนำในการซื้อขาย ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการลงทุน