บทวิเคราะห์กราฟทองคำประจำวันที่ 18/08/2025

ภาพรวมตลาด
ตลาดทองคำ (XAUUSD) เริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ภายใต้สภาวะ “Shock” และความสับสน (Profound Confusion) หลังจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในช่วงปลายสัปดาห์ก่อนได้สร้างภาพที่ขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง ในขณะที่ข้อมูลเงินเฟ้อฝั่งผู้ผลิต (PPI) ร้อนแรงเกินคาด ข้อมูลฝั่งผู้บริโภคกลับ ต่ำกว่าอย่างมาก (Collapsed) โดย ยอดค้าปลีก (Retail Sales) ออกมาติดลบอย่างน่าตกใจ และ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (UoM Consumer Sentiment) ร่วงลงสู่ระดับที่น่ากังวลที่ 58.6 สภาวะนี้ได้สร้างความเสี่ยงที่เลวร้ายที่สุดสำหรับธนาคารกลาง นั่นคือ “Stagflationary Risk” (เศรษฐกิจชะลอหรือหยุดชะงักแต่เงินเฟ้อกลับสูง) ซึ่งทำให้ทิศทางนโยบายของเฟดคาดเดาได้ยากอย่างที่สุด และส่งผลให้ตลาดการเงินโดยรวมขาดทิศทางที่ชัดเจน
- ราคาปิดเมื่อวาน (Previous Close)
3346.83
- การเปลี่ยนแปลงของราคา (% Change)
+0.26%
- ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY % Change)
-0.42%
วิเคราะห์เชิงเทคนิค
TF Day: สำหรับราคาในปัจจุบัน ถึงแม้ราคาจะค่อยๆปรับตัวลงมาเรื่อยๆ แต่ตลาดก็ยังไม่มีแรงขายที่มากพอที่จะทำให้ราคาหลุดชุดการพักตัวเล็กๆในชุดการเคลื่อนที่ปัจจุบัน ซึ่งมุมมองปัจจุบันคือการที่ราคายังสามารถลงได้อีก ซึ่งระยะที่จะมองจะยังคงไม่ไกลมากและยังอยู่ในภาพของการพักตัวขนาดใหญ่ ซึ่งอาจลงได้ถึง 3300-3314 ได้ในเป้าหมายแรก แต่ถ้าราคาเกิดปรับตัวออกข้างและขึ้นไป Break High ที่ 3374 ไปได้ก็จะรอราคาสร้าง Swing ในฝั่งขาขึ้นและเปลี่ยนมุมมองหน้าเทรดเป็นฝั่งขาขึ้น โดยที่ทั้งสองมุมมองการเคลื่อนที่ของราคาใน H4 นั้นก็ต้องสอดคล้องหรือสนับสนุนกันไปด้วย
TF H4: ในส่วนของ TF ย่อยลงมานี้ หลังจากสัปดาห์ที่แล้วที่ราคาโดน Supply กดลงมาและพยายามทะลุแนวรับลงไป ในปัจจุบันราคาก็ยังคงไม่สามารถทะลุแนวรับที่ราคา 3330 ได้อย่างสมบูรณ์ แต่ก็จะเห็นได้ว่าถึงแม้จะปรับตัวทะลุแนวรับไม่ได้ราคาก็ยังมีแรงขายเข้ามาเรื่อยๆและค่อยๆปรับตัวลง ซึ่งสามารถเป็นไปได้หลายมุมมองโดยที่จะมองไปในทางฝั่งขาลงมากกว่า ราคาอาจปรับตัวลงต่อหลังจากสร้าง Lower High ในชุดปัจจุบันและปรับตัวปิดต่ำกว่าแนวรับได้แบบสมบูรณ์ หรือจะปรับตัวลงไปไม่ทะลุโลว์เดิมและเริ่มทำ Higher Low + Higher High ขึ้นไป โดยที่เงื่อนไขของการลงต่อของราคาคือการที่ราคาไม่ทำ Higher High และปรับลงมาทะลุ Low เก่าที่ราคา 3323 ได้ ส่วนในฝั่งขาขึ้นคือราคาต้องปรับตัวยืนเหนือ High ก่อนหน้าได้บวกกับทำ 2 Swings ตีขึ้นได้นั่นเอง
ปัจจัยพื้นฐานหลักที่ขับเคลื่อนราคาทองคำวันนี้
อิทธิพลจากตัวเลขเศรษฐกิจ (Economic Data Influence)
ข้อมูลจากฝั่งผู้บริโภคที่ประกาศเมื่อวันศุกร์ไม่ได้เป็นแค่ “ข้อมูลที่อ่อนแอ” แต่มันอาจเป็น “สัญญาณเตือนภัย” ที่ดังที่สุดในรอบหลายเดือนโดยที่อย่างแรก ค่าRetail Sales (ยอดค้าปลีก) ตัวเลขจาก U.S. Census Bureau แสดงให้เห็นถึงการหดตัวของการใช้จ่าย ซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทำให้เป็นที่บ่งชี้ว่า อุปสงค์มวลรวม (Aggregate Demand) กำลังอ่อนแรงลงอย่างชัดเจน มันไม่ได้เป็นแค่การชะลอตัว แต่เป็นการ “หดตัว” ซึ่งเป็นการท้าทาย Narrative “Soft Landing” (เศรษฐกิจชะลอตัวอย่างนุ่มนวล) อย่างรุนแรง และเพิ่มน้ำหนักให้กับสมมติฐานของการชะลอตัวทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง หรือ Hard Landing / Recession และในอีกตัวเลขหรือก็คือ ค่าUoM Consumer Sentiment (ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค) ตัวเลขจาก University of Michigan ที่ดิ่งลงสู่ระดับ 58.6 ที่ปกติแล้วจะพบเห็นได้ในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังเข้าสู่ภาวะถดถอย มันสะท้อนถึงความกังวลอย่างมากของผู้บริโภคต่ออนาคตทางการเงินของตนเอง อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดอีกอันคือ “การคาดการณ์เงินเฟ้อ” (Inflation Expectations) ซึ่งในรายงานฉบับนี้ยังคงทรงตัว ไม่ได้พุ่งสูงขึ้นตาม PPI ทำให้เป็น “ปัจจัยบวกเพียงหนึ่งเดียว” ที่เฟดและตลาดทองคำสามารถยึดเหนี่ยวได้ เพราะมันหมายความว่าความเชื่อมั่นว่าเงินเฟ้อจะถูกควบคุมในระยะยาวยังไม่ถูกทำลายลง
ความเสี่ยงของสภาวะตลาด
ตลาดกำลังเผชิญกับความเสี่ยงของภาวะ Stagflation หรือก็คือ เศรษฐกิจโตช้า แต่เงินเฟ้อสูง ซึ่งเป็นสภาวะที่ท้าทายที่สุดสำหรับธนาคารกลาง ข้อมูลการจ้างงานและภาคบริการที่อ่อนแอก่อนหน้านี้บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจกำลังชะลอตัว แต่ข้อมูล PPI ล่าสุดกลับบ่งชี้ว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในระบบยังคงสูงมาก นอกจากนี้ดัชนีค่าฝั่งการเติบโตอย่าง Retail Sales และ UoM Sentiment ที่ดิ่งเหว บ่งชี้ว่าการเติบโตกำลังจะหยุดชะงัก ทำให้หาก FED ขึ้นดอกเบี้ยหรือคงดอกเบี้ยสูง เพื่อสู้กับเงินเฟ้อ (ตามสัญญาณจาก PPI) ก็จะยิ่งซ้ำเติมให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอยเร็วและรุนแรงขึ้นและหาก FED ลดดอกเบี้ย เพื่อพยุงเศรษฐกิจ (ตามสัญญาณจากฝั่งผู้บริโภค) ก็เสี่ยงที่จะทำให้เงินเฟ้อที่ยังร้อนแรงอยู่ กลับมาพุ่งทะยานจนควบคุมไม่อยู่
ความไม่แน่นอนในการ Re-pricing นโยบายการเงินของเฟดครั้งใหม่
ความน่าจะเป็นที่เฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายนได้ ลดลงอย่างรุนแรง ส่งผลให้ตลาดต้องกลับมาประเมินสถานการณ์ใหม่ทั้งหมด เพราะ FED จะไม่สามารถลดดอกเบี้ยได้หากยังมีสัญญาณว่าเงินเฟ้อกำลังจะเร่งตัวขึ้นอีกครั้ง ทำให้ตลาดนั้นเกิดปฏิกิริยาการปรับฐานราคาอย่างกว้างขวางในหลายๆตลาด เช่น ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) ที่ดีดตัวกลับขึ้นมาอย่างรุนแรง เนื่องจากความคาดหวังว่าอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ จะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไป หรือ ทองคำ (XAUUSD) ที่กำลังเผชิญกับ “Perfect Storm” หรือพายุที่สมบูรณ์แบบ จากปัจจัยลบทั้งสองด้าน คือค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้น ซึ่งเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำอย่างมหาศาล
- แนวรับ(Key Resistance) : 3323 3315
- แนวต้าน(Key Support) : 3350 3375
สามารถติดตามบทวิเคราะห์ทองคำฉบับเจาะลึกปัจจัยพื้นฐานได้ใหม่ในวันพรุ่งนี้
ข้อควรระวัง: การลงทุนมีความเสี่ยง บทวิเคราะห์นี้เป็นเพียงการให้ข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่คำแนะนำในการซื้อขาย ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการลงทุน