บทวิเคราะห์กราฟทองคำประจำวันที่ 15/09/2025

ภาพรวมตลาด
ราคาทองคำ (XAUUSD) เริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ด้วยการเคลื่อนไหวในกรอบแคบ (Consolidation) โดยตลาดโดยรวมได้เข้าสู่ “สัปดาห์แห่งการประชุม FOMC” (FOMC Week) อย่างเต็มรูปแบบ ปัจจัยพื้นฐานที่ครอบงำตลาดในขณะนี้คือ “ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกจาก Stagflation” (Stagflationary Dilemma) หลังจากข้อมูลเมื่อสัปดาห์ก่อนแสดงให้เห็นภาพที่ขัดแย้งกันอย่างสุดขั้ว ระหว่าง เงินเฟ้อ (CPI) ที่ร้อนแรงกว่าคาด และ ข้อมูลฝั่งผู้บริโภค (Retail Sales, UoM Sentiment) ที่อ่อนแอกว่าคาดอย่างชัดเจน วันนี้จึงเป็นวันของการวางตำแหน่งก่อนเหตุการณ์สำคัญ (Pre-event Positioning) โดยตลาดคาดว่าจะมีความผันผวนต่ำ ก่อนที่ทุกสายตาจะจับจ้องไปที่ผลการประชุมและถ้อยแถลงของประธานเฟดในคืนวันพุธ ซึ่งจะเป็น Catalyst ที่สำคัญที่สุดของเดือน
- ราคาปิดเมื่อวาน (Previous Close)
3642.85
- การเปลี่ยนแปลงของราคา (XAUUSD % Change)
+0.09%
- ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY % Change)
+0.05%
วิเคราะห์เชิงเทคนิค
TF Day: วันเปิดอาทิตย์ตอนนี้ก็ยังเป็นการเปิดมาด้วยภาพของชุดการพักตัวอยู่ ไม่ไปไหนถึงแม้ว่าอาทิตย์ที่แล้ว ราคาจะปิดเขียวได้ก็ตาม โดยคาดว่าราคาจะยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบการพักตัวจนกว่าจะมีการประกาศอัตราดอกเบี้ยจาก Fed ในอาทิตย์นี้ ฉะนั้นเราก็จะเทรดอยู่ในรูปแบบของ Sideway Timeframe ใหญ่และ ส่วนของหน้าเทรดนั้นก็จะขึ้นอยู่กับ Timeframe ที่ย่อยลงไปเป็นหลัก
TF H4: ปัจจุบันราคายังคงเคลื่อนไหวอยู่ภายในกรอบ Sideway และจากอาทิตย์ก่อนราคาก็ได้ขึ้นมาเพื่อปรับตัวออกข้างต่อเพื่อเลือกทาง และสร้างกรอบ OrderBlock ที่เป็นกรอบ Demand ใหม่ไว้ที่ราคา 3614-3626 ผนวกกับกรอบ Order Block Supply ที่กรอบ 3650-3657 ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกำหนดการพักตัวของราคา ทำให้มุมมองการเทรดของวันนี้จะเป็นการเล่นในกรอบที่กล่าวมาทั้งการหาจุดกลับตัว หรือ Follow Trend ใน Timeframe หลักนาทีก็ตาม
ปัจจัยพื้นฐานหลักที่ขับเคลื่อนราคาทองคำวันนี้
ข้อมูลตัวเลขทางเศรษฐกิจ (Economic Data)
ข้อมูลที่ขัดแย้งกันระหว่างดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนสิงหาคม ออกมาร้อนแรงกว่าที่คาดการณ์ ตอกย้ำว่าปัญหาเงินเฟ้อยังคงเหนียวแน่น และ ยอดค้าปลีก (Retail Sales) และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (UoM Sentiment) ออกมาอ่อนแอกว่าคาดอย่างมีนัยสำคัญ บ่งชี้ว่าผู้บริโภคซึ่งเป็นหัวใจของเศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังอ่อนแรงลง ทำให้สมมติฐานที่เรียบง่ายทั้ง “เศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง” และ “เงินเฟ้อที่ชะลอตัว” ได้ถูกทำลายลงไปทั้งสองทาง ตลาดจึงถูกบีบให้ต้องประเมินความเสี่ยงของภาวะ “Stagflation” ที่ซับซ้อนขึ้น ซึ่งเป็นที่มาของความผันผวนและการขาดทิศทางที่ชัดเจนในช่วงปลายสัปดาห์ที่แล้ว
Event Risk ที่สำคัญที่สุดของเดือนคือ การประชุม FOMC ซึ่งจะประกาศผลในคืนวันพุธนี้ (เวลาประมาณ 01:00 น. ของเช้าวันพฤหัสบดี ตามเวลาไทย) ตลาดอาจไม่ได้คาดหวังว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้ แต่จะจับตาดูองค์ประกอบอื่นๆ อย่างใกล้ชิดเพื่อหา “Forward Guidance” เช่น เฟดจะปรับเปลี่ยนถ้อยคำอย่างไร จะยอมรับถึงข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอลงหรือไม่ หรือจะยังคงมุ่งเน้นแต่เรื่องเงินเฟ้อ? หรือ คณะกรรมการเฟดได้ปรับเปลี่ยนคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยในอนาคต (ปี 2025-2026) หรือไม่ เพราะการเปลี่ยนแปลงของ “Median Dot” จะส่งสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดเกี่ยวกับทิศทางนโยบายในอนาคต
สภาวะเศรษฐกิจ (Economic Condition)
ในสภาวะ Stagflation (เศรษฐกิจเติบโตช้า/ถดถอย + เงินเฟ้อสูง) ทองคำมักจะทำผลงานได้ดีเป็นพิเศษ เพราะมันทำหน้าที่สองอย่างพร้อมกัน คือเป็น เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ (Inflation Hedge) และเป็น สินทรัพย์หลบภัย (Safe Haven) จากภาวะเศรษฐกิจถดถอย ทำให้การฟื้นตัวของราคาทองคำในขณะนี้บ่งชี้ว่า ตลาดไม่ได้มองทองคำเป็นเพียงสินทรัพย์ที่วิ่งสวนทางกับ Real Yields อีกต่อไป แต่มองว่ามันคือ “เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากความผิดพลาดของนโยบายธนาคารกลางและภาวะ Stagflation”
- แนวรับ(Key Resistance) : 3614 3600
- แนวต้าน(Key Support) : 3657 3674
สามารถติดตามบทวิเคราะห์ทองคำฉบับเจาะลึกปัจจัยพื้นฐานได้ใหม่ในวันพรุ่งนี้
ข้อควรระวัง: การลงทุนมีความเสี่ยง บทวิเคราะห์นี้เป็นเพียงการให้ข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่คำแนะนำในการซื้อขาย ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการลงทุน