บทวิเคราะห์กราฟทองคำประจำวันที่ 15/07/2026
ภาพรวมตลาด
ราคาทองคำพลิกกลับมาปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในการซื้อขายเมื่อวานนี้ หลังจากช่วงต้นเซสชันราคาเคยร่วงลงไปแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ก่อนจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็วทันทีที่ตัวเลขเงินเฟ้อ CPI เดือนมิถุนายนของสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าคาดการณ์อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะ Core CPI ที่ทรงตัวที่ 0.0% เมื่อเทียบรายเดือน ทำให้ตลาดเริ่มลดคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 28-29 กรกฎาคมนี้ ส่งผลให้ทั้งค่าเงินดอลลาร์และ Bond Yield ปรับตัวลงพร้อมกัน ซึ่งกลายเป็นแรงหนุนสำคัญต่อราคาทองคำ ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดจากการที่สหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายในอิหร่านและกลับมาใช้มาตรการปิดล้อมทางเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ยังคงเป็นปัจจัยหนุนสถานะสินทรัพย์ปลอดภัยอยู่เบื้องหลัง แม้ประธานาธิบดีทรัมป์จะยกเลิกแผนเก็บค่าธรรมเนียมผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้วก็ตาม สำหรับช่วงเช้าวันนี้ ราคาทองคำปรับตัวลงเล็กน้อยราว -0.36% มาซื้อขายบริเวณ 4,037-4,039 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นเพียงแรงขายทำกำไรตามปกติหลังจากราคาพุ่งแรงเมื่อวาน โดยตลาดยังรอติดตามตัวเลข PPI ที่จะประกาศในคืนนี้ เพื่อยืนยันทิศทางเงินเฟ้อเพิ่มเติม
- ราคาปิดแท่งก่อนหน้า (Previous Close)
4,052.66
- การเปลี่ยนแปลงของราคา (XAUUSD % Change)
+1.26%
- ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY % Change)
-0.31%
วิเคราะห์เชิงเทคนิค

TF Day: ราคาทองคำในกรอบเวลารายวัน (DAILY) ยังคงอยู่ในภาพแนวโน้มขาลง เนื่องจากราคายังไม่ได้สร้างสัญญาณกลับตัวที่ชัดเจนหรือยืนยันว่าแรงซื้อกลับมาควบคุมตลาดได้ ทำให้โมเมนตัมโดยรวมยังเอนเอียงไปทางฝั่งขาย โดยแนวรับใกล้ที่สุดที่ต้องจับตาจะอยู่บริเวณ 3,990 ดอลลาร์ หากราคาหลุดระดับดังกล่าวลงไปได้ ก็มีโอกาสที่แรงขายจะกดดันราคาต่อไปยังแนวรับถัดไปบริเวณ 3,870 ดอลลาร์ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม หากเริ่มเห็นสัญญาณกลับตัวบริเวณแนวรับ ก็อาจเกิดแรงรีบาวด์ระยะสั้นได้เช่นกัน
TF H1: ราคาทองคำใน TF H1 สามารถปิดทะลุ Swing High ล่าสุดบริเวณ 4,080 ดอลลาร์ขึ้นมาได้ บ่งบอกว่าแนวโน้มขาขึ้นกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง ทำให้ราคามีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อได้ โดยแนวต้านถัดไปจะอยู่ที่บริเวณ 4,055 ดอลลาร์ และ 4,080 ดอลลาร์ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม หากราคาหลุด Swing Low ล่าสุดบริเวณ 4,010 ดอลลาร์ลงมาได้ ก็จะเป็นสัญญาณว่าโมเมนตัมขาขึ้นเริ่มอ่อนแรงลง และราคามีโอกาสกลับมาปรับตัวลงได้อีกครั้ง
ปัจจัยพื้นฐานหลักที่ขับเคลื่อนราคาทองคำวันนี้
ข้อมูลทางเศรษฐกิจ (Economic Data)
ดัชนีราคาผู้ผลิตสหรัฐฯ (PPI) เดือนมิถุนายน (คาดการณ์ 0.0% m/m, Core PPI คาดการณ์ 0.3% m/m)
PPI เป็นตัวเลขที่สะท้อนแรงกดดันด้านต้นทุนการผลิต ซึ่งมักส่งผ่านไปยังเงินเฟ้อผู้บริโภคในระยะถัดไป หลังจาก CPI ออกมาต่ำกว่าคาดไปแล้ว ตลาดจึงจะจับตาว่า PPI จะช่วยยืนยันแนวโน้มเงินเฟ้อชะลอตัวเช่นเดียวกันหรือไม่ หากตัวเลขออกมาต่ำกว่าคาดอีกครั้ง จะยิ่งตอกย้ำมุมมองว่าเฟดไม่จำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม กดดันดอลลาร์และหนุนทองคำต่อเนื่อง แต่หากตัวเลขออกมาสูงกว่าคาด อาจทำให้ตลาดกลับมากังวลต่อแรงกดดันเงินเฟ้ออีกครั้ง และเป็นแรงกดดันต่อทองคำในระยะสั้น
สภาวะตลาด (Market’s Outlook)
ตลาดในขณะนี้อยู่ในโหมดที่ให้น้ำหนักกับทิศทางนโยบายการเงินของเฟดมากกว่าความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์เพียงอย่างเดียว กล่าวคือ ทองคำตอบสนองต่อตัวเลขเงินเฟ้อและการคาดการณ์ดอกเบี้ยอย่างชัดเจน มากกว่าการเคลื่อนไหวตามข่าวสงครามหรือความขัดแย้งเพียงลำพัง เห็นได้จากการที่ราคาทองคำร่วงลงในช่วงต้นเซสชันเมื่อวาน แม้ยังมีความตึงเครียดในตะวันออกกลาง แต่กลับพุ่งขึ้นทันทีหลัง CPI ออกมาต่ำกว่าคาด สะท้อนว่าตลาดกำลังให้น้ำหนักกับ “เส้นทางนโยบายของเฟด” มากกว่าแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยโดยตรง
Intermarket Analysis
ทองคำ vs. ตราสารหนี้ (XAU vs. US Yields): อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวลงมากกว่า 2 basis point มาอยู่ที่ 4.58% หลังตัวเลข CPI ออกมาต่ำกว่าคาด ความสัมพันธ์ระหว่างทองคำกับ Yield ในรอบนี้ยังทำงานตามปกติ กล่าวคือ เมื่อ Yield ปรับตัวลงจากการที่ตลาดลดคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ย ต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำก็ลดลงตามไปด้วย จึงเป็นแรงหนุนให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นสอดคล้องกัน
ทองคำ vs. ค่าเงินดอลลาร์ (XAUUSD vs. DXY): ดัชนีดอลลาร์สหรัฐปรับตัวลง 0.31% มาอยู่ที่ 100.92 เมื่อวาน และล่าสุดในช่วงเช้าวันนี้ยังคงแกว่งตัวบริเวณ 100.78 ความสัมพันธ์ระหว่างทองคำกับดอลลาร์ในรอบนี้ยังเป็นไปตามรูปแบบปกติ คือเมื่อดอลลาร์อ่อนค่าลงจากการปรับลดคาดการณ์ดอกเบี้ย ทองคำที่ซื้อขายในสกุลดอลลาร์จะมีราคาถูกลงสำหรับผู้ถือเงินสกุลอื่น จึงเป็นแรงหนุนให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นควบคู่กันไป โดยยังไม่เห็นสัญญาณการ Decouple อย่างชัดเจน
ทองคำ vs. ตลาดหุ้น US (XAUUSD vs. S&P500): ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,543.59 จุด เพิ่มขึ้น 0.38% โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ หลังตัวเลข CPI ออกมาดีกว่าคาด สิ่งที่น่าสังเกตคือทองคำและตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นพร้อมกันในวันเดียวกัน ซึ่งแตกต่างจากรูปแบบปกติที่มักเห็นเงินทุนไหลสลับกันระหว่างสินทรัพย์เสี่ยงและสินทรัพย์ปลอดภัย สะท้อนว่าทั้งสองตลาดต่างได้รับอานิสงส์จากมุมมองที่ว่าเฟดอาจไม่จำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม มากกว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวแบบ Risk-on หรือ Risk-off ตามปกติ
- แนวรับ(Key Support) : 4025 4010
- แนวต้าน(Key Resistance) : 4055 4080
คำเตือนความเสี่ยง: CFD เป็นตราสารทางการเงินที่ซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินอย่างรวดเร็วจากการใช้เลเวอเรจ คุณควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเข้าใจความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน และพิจารณาอย่างรอบคอบว่าสามารถยอมรับความเสี่ยงสูงต่อการสูญเสียเงินได้หรือไม่ก่อนตัดสินใจเทรด
คำชี้แจง: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาเท่านั้น โดยไม่ได้คำนึงถึงวัตถุประสงค์ส่วนบุคคล สถานะทางการเงิน หรือความต้องการเฉพาะของผู้อ่าน และไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน หากจำเป็น ควรขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญอิสระ ข้อมูลนี้ไม่ได้จัดทำขึ้นตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่มุ่งส่งเสริมความเป็นอิสระของงานวิจัยการลงทุน และไม่มีการรับประกันความถูกต้องหรือความครบถ้วนของข้อมูลในเอกสาร ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ควรใช้เป็นเครื่องชี้วัดผลลัพธ์ในอนาคต เช่นเดียวกับประมาณการ ข้อความคาดการณ์ล่วงหน้า และการพยากรณ์ต่าง ๆ ที่ไม่อาจรับประกันได้ ข้อมูลบนเว็บไซต์ รวมถึงผลิตภัณฑ์และบริการที่นำเสนอ ไม่ได้มีเจตนาเผยแพร่แก่บุคคลในประเทศหรือเขตอำนาจศาลที่การเผยแพร่หรือการใช้งานดังกล่าวขัดต่อกฎหมายหรือข้อบังคับท้องถิ่น
เอกสารอ้างอิง
กราฟราคาทองคำ Spot เทียบดอลลาร์สหรัฐ (XAUUSD) กรอบเวลา 1 ชั่วโมง บน TradingView เข้าถึงเมื่อ 10:48 น. (GMT+7) วันที่ 15 กรกฎาคม 2026