บทวิเคราะห์กราฟทองคำประจำวันที่ 07/04/2026

ภาพรวมตลาด
ราคาทองคำปรับตัวลงเล็กน้อยในวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยลดลงประมาณ 0.6% ปิดที่บริเวณ 4,647.4 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แม้ว่าตลาดยังคงได้รับแรงหนุนจากความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง แต่ถ้อยแถลงของ Trump ที่ระบุว่าอิหร่าน “อาจถูกกวาดล้างได้ในคืนเดียว” กลับกระตุ้นให้นักลงทุนบางส่วนลดความเสี่ยงและขายทำกำไร เนื่องจากมองว่าความตึงเครียดอาจบานปลายเกินกว่าการถือทองจะสามารถป้องกันความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยภาพรวมตลาดอยู่ในโหมดระมัดระวังอย่างสูง เนื่องจากกำลังเข้าใกล้ deadline ที่ Trump กำหนดให้อิหร่านเปิดช่องแคบ Hormuz ภายในคืนนี้ 8PM ตามเวลาวอชิงตัน
- ราคาปิดแท่งก่อนหน้า (Previous Close)
4,647.4
- การเปลี่ยนแปลงของราคา (XAUUSD % Change)
-0.6%
- ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY % Change)
+0.17%
วิเคราะห์เชิงเทคนิค
TF Day: ราคาทองคำในกรอบเวลารายวัน (DAILY) ปรากฏรูปแบบ Doji ในช่วงเมื่อวานที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนถึงภาวะลังเลของตลาดและการขาดทิศทางที่ชัดเจนในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาร่วมกับโครงสร้างก่อนหน้า จะเห็นได้ว่าราคาปรับตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีความเป็นไปได้ที่แรงซื้อเริ่มชะลอตัวและเปิดโอกาสให้เกิดการย่อตัวลงเพื่อปรับฐานได้ในระยะถัดไป ดังนั้นในช่วงนี้ควรระมัดระวังการไล่ราคา และรอให้ตลาดแสดงทิศทางที่ชัดเจนมากขึ้นก่อนตัดสินใจ โดยหากเกิดสัญญาณกลับตัวลงเพิ่มเติม ก็อาจเป็นการยืนยันการพักฐานของราคาในระยะสั้นได้
TF H4: ราคาทองคำในกรอบเวลา 4 ชั่วโมง (H4) เคลื่อนที่ในลักษณะ Sideway ในช่วงนี้ หลังจากที่ก่อนหน้าราคาพยายามขึ้นไปทดสอบแนวต้านบริเวณ Supply Zone แต่ไม่สามารถทะลุขึ้นไปได้ ทำให้แรงซื้อเริ่มชะลอตัวและเปิดโอกาสให้แรงขายกลับเข้ามากดดันราคาอีกครั้ง ส่งผลให้ภาพรวมระยะสั้นยังมีโอกาสเห็นการปรับตัวลงต่อได้ โดยแนวรับถัดไปจะอยู่ที่บริเวณ 4,540 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นโซนที่ต้องจับตาว่าจะมีแรงซื้อกลับเข้ามาหรือไม่ อย่างไรก็ตาม หากในระยะถัดไปราคาสามารถกลับขึ้นไปทะลุแนวต้าน Supply Zone ได้สำเร็จ ก็จะเป็นสัญญาณเชิงบวกที่อาจทำให้ราคามีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อไปทดสอบแนวต้านถัดไปบริเวณ 4,850 ดอลลาร์ได้
ปัจจัยพื้นฐานหลักที่ขับเคลื่อนราคาทองคำวันนี้
ข้อมูลทางเศรษฐกิจ (Economic Data)
ความตึงเครียดสหรัฐฯ–อิหร่าน: Deadline คืนนี้เวลา 8PM (Washington Time)
ปัจจัยที่มีน้ำหนักมากที่สุดในวันนี้ยังคงเป็นความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดย Trump ได้กำหนด deadline ให้อิหร่านต้องเปิดช่องแคบ Hormuz ภายในคืนนี้ (20:00 น. ตามเวลาวอชิงตัน) พร้อมส่งสัญญาณแข็งกร้าวว่าอิหร่าน “อาจถูกกวาดล้างได้ในคืนเดียว” ขณะที่ฝั่งอิหร่านได้ปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิงของสหรัฐ และยื่นข้อเสนอใหม่ 10 ข้อ ซึ่งรวมถึงการยุติความขัดแย้ง การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร และการจัดตั้งประเทศใหม่ ทำให้สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง หากการเจรจาล้มเหลวและนำไปสู่การปะทะทางทหาร ราคาทองคำมีโอกาสพุ่งขึ้นแรงจากแรงซื้อในฐานะ Safe Haven แต่ในทางกลับกัน หากมีข้อตกลงหยุดยิงเกิดขึ้นจริง อาจเห็นแรงขายทำกำไรในทองคำในระยะสั้น
Durable Goods Orders เดือนกุมภาพันธ์ (คาดการณ์: -1.2%)
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจ Durable Goods Orders ซึ่งคาดว่าจะหดตัว -1.2% หากตัวเลขออกมาต่ำกว่าคาด จะสะท้อนว่าภาคธุรกิจกำลังชะลอการลงทุนจากความไม่แน่นอนทั้งด้านสงครามและต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ซึ่งจะหนุนมุมมองเศรษฐกิจชะลอตัวและช่วยสนับสนุนราคาทองคำ แต่หากตัวเลขออกมาดีกว่าคาด จะสะท้อนความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจ และมีแนวโน้มหนุนค่าเงินดอลลาร์พร้อมกดดันทองคำ
ISM Services PMI เดือนมีนาคม (คาด 54.9)
ดัชนี ISM Services PMI ล่าสุดออกมาที่ 54.0 ต่ำกว่าคาดและลดลงจากเดือนก่อนหน้า สะท้อนการชะลอตัวของภาคบริการ ขณะที่ต้นทุนยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นลักษณะของภาวะ Stagflation (เศรษฐกิจชะลอควบคู่กับเงินเฟ้อสูง) โดยสภาพแวดล้อมลักษณะนี้มักเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาทองคำในระยะกลาง เนื่องจากเพิ่มความไม่แน่นอนทั้งด้านการเติบโตและนโยบายการเงิน
สภาวะตลาด (Market’s Outlook)
ตลาดในขณะนี้อยู่ในภาวะที่มีแรงดึงสองด้านอย่างชัดเจน โดยด้านหนึ่ง ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นแรงหนุนสำคัญของทองคำ เนื่องจาก deadline ที่กำลังจะมาถึงอาจนำไปสู่การปะทะทางทหาร และกระตุ้นแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยทั่วโลก แต่อีกด้านหนึ่ง ตัวเลขเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นทำให้ Fed มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยในระดับสูง ซึ่งเพิ่มต้นทุนในการถือทองคำ สถานการณ์นี้ทำให้ราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบแคบแต่มีความผันผวนสูง โดยตลาดกำลังรอผลลัพธ์ของเหตุการณ์คืนนี้เพื่อกำหนดทิศทางในระยะสั้น
Intermarket Analysis
ทองคำ vs. ตราสารหนี้ (XAU vs. US Yields): อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปิดที่ 4.33% และปรับขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 4.335% ในช่วงเช้าวันอังคาร แม้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลจะยังอยู่ในระดับสูงกว่า 4.3% ซึ่งโดยปกติจะกดดันทองคำ แต่ราคาทองคำยังคงยืนอยู่ในระดับสูงกว่า $4,600 สะท้อนว่าแรงหนุนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และเงินเฟ้อยังมีน้ำหนักมากกว่าแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลในช่วงนี้
ทองคำ vs. ค่าเงินดอลลาร์ (XAUUSD vs. DXY): ดัชนีดอลลาร์ปิดที่ 99.98 และปรับขึ้นเล็กน้อยในเช้าวันนี้มาอยู่ที่ประมาณ 100.10 โดยในสภาวะปกติ ดอลลาร์ที่อ่อนค่าจะหนุนทองคำ แต่ในรอบนี้แม้ดอลลาร์จะอ่อนในวันก่อน ทองคำกลับปรับตัวลง เนื่องจากตลาดกำลังประเมินความเสี่ยงใหม่จากสถานการณ์อิหร่าน หากคืนนี้มีข้อตกลงหยุดยิง ดอลลาร์อาจแข็งค่าขึ้นและกดดันราคาทองคำ แต่หากไม่มีข้อตกลง ดอลลาร์อาจอ่อนค่าและหนุนทองคำให้ปรับตัวขึ้นแรง
ทองคำ vs. ตลาดหุ้น US (XAUUSD vs. S&P500): ดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้น +0.44% ปิดที่ 6,611.83 จุด โดยได้รับแรงหนุนจากความหวังในการหยุดยิง ซึ่งสะท้อนพฤติกรรม Risk-on ในระยะสั้น ขณะที่ทองคำปรับตัวลงสวนทาง ซึ่งเป็นรูปแบบปกติเมื่อเงินไหลออกจากสินทรัพย์ปลอดภัยไปสู่สินทรัพย์เสี่ยง อย่างไรก็ตาม S&P Futures ในช่วงเช้าวันนี้กลับปรับตัวลงประมาณ -0.44% สะท้อนว่าตลาดเริ่มกลับมากังวลอีกครั้งเมื่อ deadline ใกล้เข้ามา ซึ่งอาจเป็นสัญญาณว่าเงินทุนมีโอกาสไหลกลับเข้าสู่ทองคำในระยะสั้นได้
- แนวรับ(Key Support) : 4385 4540
- แนวต้าน(Key Resistance) : 4850 4975
สามารถติดตามบทวิเคราะห์ทองคำฉบับเจาะลึกปัจจัยพื้นฐานได้ใหม่ในวันพรุ่งนี้