บทวิเคราะห์กราฟทองคำประจำวันที่ 01/04/2026

ภาพรวมตลาด
ราคาทองคำพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงเมื่อวานที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของเดือนมีนาคม โดยได้รับแรงหนุนหลักจากสัญญาณเชิงบวกด้านภูมิรัฐศาสตร์ หลังมีรายงานที่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าประธานาธิบดีอิหร่านส่งสัญญาณพร้อมยุติสงครามกับสหรัฐฯ ขณะที่ประธานาธิบดี Trump ก็ออกมาระบุว่าสหรัฐฯ อาจถอนตัวจากอิหร่านภายใน 2–3 สัปดาห์ ปัจจัยเหล่านี้กระตุ้นแรงซื้อในสินทรัพย์ปลอดภัยควบคู่กับการอ่อนค่าของดอลลาร์ ส่งผลให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นแตะระดับ 4,668.06 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือเพิ่มขึ้นถึง 3.5% ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นรายวันที่รุนแรงในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ในช่วงเช้าวันนี้ ราคาทองคำ Futures (Gold Jun26) ยังปรับตัวขึ้นต่ออีกประมาณ +0.87% มาอยู่บริเวณ 4,719 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สะท้อนว่าแรงซื้อยังคงต่อเนื่องจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังไม่คลี่คลาย โดยเฉพาะหลังมีรายงานว่าสหรัฐฯ กำลังส่งกลุ่มเรือบรรทุกเครื่องบินชุดที่สามเข้าสู่ตะวันออกกลาง และ Trump เตรียมกล่าวสุนทรพจน์สำคัญในคืนนี้
- ราคาปิดแท่งก่อนหน้า (Previous Close)
4,668.22
- การเปลี่ยนแปลงของราคา (XAUUSD % Change)
+3.5%
- ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY % Change)
-0.5%
วิเคราะห์เชิงเทคนิค
TF Day: ราคาทองคำในกรอบเวลารายวัน (DAILY) ปรับตัวขึ้นเป็นแท่งเขียวเกือบเต็มแท่งในช่วงเมื่อวานที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนถึงแรงซื้อที่กลับเข้ามาอย่างชัดเจนหลังจากช่วงก่อนหน้าที่ราคาถูกกดดันอย่างต่อเนื่อง โดยลักษณะของแท่งเทียนดังกล่าวบ่งบอกถึงโมเมนตัมฝั่งขาขึ้นที่เริ่มกลับมามีอิทธิพลในตลาดอีกครั้ง ขณะเดียวกันโครงสร้างราคายังไม่ปรากฏสัญญาณกลับตัวลงที่ชัดเจน ทำให้ในภาพรวมราคายังมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อได้ในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ควรจับตาปฏิกิริยาของราคาบริเวณแนวต้านถัดไปอย่างใกล้ชิด เพราะหากเริ่มมีแรงขายกลับเข้ามา ก็อาจทำให้โมเมนตัมขาขึ้นเริ่มชะลอตัวลงได้ แต่ ณ ตอนนี้ ภาพรวมยังคงให้น้ำหนักไปทางการฟื้นตัวของราคาเป็นหลัก
TF H4: ราคาทองคำในกรอบเวลา 4 ชั่วโมง (H4) ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องจนสามารถทะลุแนวต้านสำคัญบริเวณ 4,660 ดอลลาร์ขึ้นมาได้ ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวกในระยะสั้นที่สะท้อนถึงแรงซื้อที่กลับเข้ามาในตลาด อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันราคาเริ่มเคลื่อนที่เข้าใกล้บริเวณแนวต้าน Supply Zone ทำให้มีโอกาสที่ราคาจะเกิดการย่อตัวหรือพักฐานในระยะสั้นจากแรงขายที่รออยู่ในโซนดังกล่าว แต่เนื่องจากยังไม่ปรากฏสัญญาณกลับตัวลงที่ชัดเจน เช่น โครงสร้าง Lower High หรือแท่งเทียนกลับตัวฝั่งขาลง ทำให้ภาพรวมโมเมนตัมยังคงเอียงไปทางขาขึ้น และราคายังมีโอกาสขยับขึ้นต่อได้ โดยแนวต้านถัดไปจะอยู่ที่บริเวณ 4,850 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นโซนที่ต้องจับตาปฏิกิริยาของราคาอย่างใกล้ชิด หากราคาสามารถยืนเหนือแนวต้านเดิมได้ ก็จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับแนวโน้มขาขึ้นในระยะสั้นต่อไป
ปัจจัยพื้นฐานหลักที่ขับเคลื่อนราคาทองคำวันนี้
ข้อมูลทางเศรษฐกิจ (Economic Data)
ADP Employment Change เดือนมีนาคม (คาดการณ์ 40,000 ตำแหน่ง)
ตัวเลข ADP เป็นดัชนีชี้นำสำคัญของตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่นักลงทุนใช้ประเมินแนวโน้มก่อนรายงาน Non-Farm Payrolls (NFP) ซึ่งจะออกในวันศุกร์ ซึ่งตัวเลขที่คาดการณ์ไว้เพียง 40,000 ตำแหน่งนั้นลดลงมากจากเดือนก่อน สะท้อนความกังวลว่าตลาดแรงงานกำลังชะลอตัวภายใต้ผลกระทบของสงครามอิหร่านและราคาพลังงานที่สูงขึ้น หากตัวเลขจริงออกมาต่ำกว่าคาดหรือต่ำกว่าระดับ 40,000 ตำแหน่ง จะยิ่งตอกย้ำภาพเศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งมักกดดันดอลลาร์และหนุนราคาทองคำ แต่ถ้าออกมาสูงกว่าคาดมากก็อาจทำให้ตลาดลดความกังวลเรื่องเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งอาจชะลอแรงซื้อทองคำในระยะสั้นได้
ISM Manufacturing PMI เดือนมีนาคม (คาดการณ์ 52.3)
ดัชนี ISM Manufacturing เป็นตัวชี้วัดความแข็งแกร่งของภาคการผลิตสหรัฐฯ โดยตัวเลขเกิน 50 หมายถึงภาคการผลิตยังขยายตัว แต่หากออกมาต่ำกว่าคาดหรือใกล้ระดับ 50 ก็จะบ่งชี้ว่าผลกระทบจากราคาพลังงานสูงและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์เริ่มกระทบห่วงโซ่การผลิต ซึ่งจะเพิ่มแรงกดดันต่อดอลลาร์และหนุนทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ในทางกลับกัน หากตัวเลขแข็งแกร่งกว่าคาดจะสะท้อนว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังทนทานต่อแรงกระแทกภายนอกได้ดี และอาจกดดันราคาทองคำในระยะสั้น
ความตึงเครียดสหรัฐฯ–อิหร่าน และสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ
แม้จะมีสัญญาณบวกจากทั้งสองฝ่ายว่าต้องการยุติสงคราม แต่สถานการณ์จริงยังคงซับซ้อน เนื่องจากสหรัฐฯ กำลังส่งกลุ่มเรือบรรทุกเครื่องบินชุดที่สามเข้าสู่ตะวันออกกลาง และช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดกั้นอย่างมีประสิทธิผลต่อเรือสินค้าส่วนใหญ่ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมันและห่วงโซ่อุปทานโลก นอกจากนี้ Trump ยังจะกล่าวสุนทรพจน์สำคัญต่อชาติในคืนนี้เพื่ออัปเดตข่าวสำคัญเกี่ยวกับอิหร่าน โดยตลาดจับตาอย่างใกล้ชิดว่าจะเป็นสัญญาณหยุดยิงจริงหรือเพิ่มจะเป็นการเพิ่มความตึงเครียด หากสัญญาณเป็นบวกต่อการยุติสงคราม อาจเกิดแรงขายทำกำไรในทองคำในระยะสั้น แต่หากสถานการณ์พลิกกลับไปตึงเครียดมากขึ้น แรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยจะกลับมาได้ทันที
สภาวะตลาด (Market’s Outlook)
ตลาดในขณะนี้อยู่ในภาวะที่ซับซ้อนและน่าสนใจ โดยมีทั้งแรง Risk-on จากความหวังว่าสงครามอิหร่านอาจยุติลงในระยะสั้น ซึ่งหนุนให้ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้นแรงในวันอังคาร ขณะเดียวกัน ราคาทองคำก็ยังปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่ปกติ เพราะโดยทั่วไปเมื่อเข้าสู่โหมด Risk-on นักลงทุนมักขายทองเพื่อไปลงทุนในหุ้น ปรากฏการณ์นี้สะท้อนว่าตลาดยังไม่มั่นใจอย่างเต็มที่ และยังคงถือทองคำเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง เนื่องจากสถานการณ์สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา โดยความไม่แน่นอนหลักยังคงอยู่ที่การปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซที่กระทบต่อราคาพลังงาน และความแตกแยกในกลุ่มพันธมิตรตะวันตก ซึ่งทำให้แนวโน้มทองคำยังคงเอนเอียงไปทางขาขึ้น แต่มีความผันผวนสูง
Intermarket Analysis
ทองคำ vs. ตราสารหนี้ (XAU vs. US Yields): อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวลดลง 3.2 bps มาอยู่ที่ 4.317% และในเช้าวันนี้เคลื่อนไหวบริเวณ 4.311% ซึ่งแม้ยังอยู่ในระดับสูง แต่ทิศทางที่ปรับลดลงสะท้อนว่านักลงทุนเริ่มกลับเข้าถือพันธบัตรในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย โดยตามปกติเมื่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลลดลง ก็จะเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำ เนื่องจากต้นทุนเสียโอกาสในการถือทองลดลง และในรอบนี้ความสัมพันธ์ยังคงทำงานในทิศทางปกติ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงเงินเฟ้อจากราคาพลังงานที่ยังสูง อาจทำให้ Fed ไม่สามารถผ่อนคลายนโยบายได้เร็ว ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามต่อ
ทองคำ vs. ค่าเงินดอลลาร์ (XAUUSD vs. DXY): ดัชนี Dollar Index อ่อนค่าลง 0.50% มาอยู่ที่ระดับ 99.961 และในเช้าวันนี้อยู่ที่ประมาณ 99.80 ซึ่งสะท้อนการไหลออกของเงินทุนจากสินทรัพย์ดอลลาร์หลังความตึงเครียดเริ่มผ่อนคลาย ทั้งนี้ ความสัมพันธ์แบบ Inverse ระหว่างทองคำและดอลลาร์ยังคงทำงานตามปกติในรอบนี้ กล่าวคือเมื่อดอลลาร์อ่อนค่าจะช่วยหนุนราคาทองคำ โดยหากตัวเลขเศรษฐกิจออกมาอ่อนแอและดอลลาร์อ่อนค่าต่อเนื่อง จะเป็นแรงหนุนสำคัญให้ทองคำปรับตัวขึ้นได้ต่อ
ทองคำ vs. ตลาดหุ้น US (XAUUSD vs. S&P500): ดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้นแรงถึง 2.91% ปิดที่ 6,528.52 จุด ซึ่งเป็นการปรับขึ้นรายวันที่ดีที่สุดในรอบหลายเดือน โดยได้รับแรงหนุนจากความหวังว่าสงครามจะยุติลง อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำก็ปรับตัวขึ้นพร้อมกัน ซึ่งสะท้อนว่าตลาดกำลังอยู่ในภาวะที่เงินทุนไหลเข้าสินทรัพย์หลายประเภทพร้อมกัน โดยนักลงทุนบางส่วนเลือกเข้าซื้อหุ้นจากมุมมองเชิงบวก ขณะที่อีกส่วนยังคงถือทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม หากสุนทรพจน์ของ Trump ในคืนนี้ออกมาไม่เป็นไปตามที่ตลาดคาด อาจเห็นแรงขายในตลาดหุ้นและเงินทุนไหลกลับเข้าสู่ทองคำอย่างรวดเร็ว
- แนวรับ(Key Support) : 4300 4385
- แนวต้าน(Key Resistance) : 4850 4975
สามารถติดตามบทวิเคราะห์ทองคำฉบับเจาะลึกปัจจัยพื้นฐานได้ใหม่ในวันพรุ่งนี้