บทวิเคราะห์กราฟทองคำประจำวันที่ 24/09/2025

ภาพรวมตลาด
ราคาทองคำ (XAUUSD) กำลังเผชิญกับแรงกดดันและย่อตัวลงจากระดับสูงสุด (Pulling back from its highs) หลังจากข้อมูล ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (Flash PMIs) ที่ประกาศเมื่อคืนนี้ออกมา “แข็งแกร่งตามที่คาดการณ์” โดยยังคงยืนอยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ถึงการขยายตัวของเศรษฐกิจ ข้อมูลนี้ได้สร้าง “ความไม่สอดคล้องกันของ Narrative” (A Narrative Dissonance) โดยได้เข้ามาท้าทายความเชื่อมั่นของตลาดต่อวงจรการลดดอกเบี้ยของเฟดที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้น ผลลัพธ์คือ ตลาดได้กลับเข้าสู่ภาวะ “ความไม่แน่นอน” อีกครั้ง ซึ่งได้หนุนให้ดอลลาร์สหรัฐและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรดีดตัวกลับ และกดดันราคาทองคำ วันนี้โฟกัสจะอยู่ที่ ข้อมูลยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน (Durable Goods Orders) ซึ่งจะกลายเป็น “ตัวตัดสิน” ที่สำคัญสำหรับทิศทางเศรษฐกิจ
- ราคาปิดเมื่อวาน (Previous Close)
3763.94
- การเปลี่ยนแปลงของราคา (XAUUSD % Change)
-0.12%
- ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY % Change)
+0.09%
วิเคราะห์เชิงเทคนิค
TF Day: ปัจจุบันหลังจากที่ราคาได้หลุดกรอบออกมาก็ได้ทำ High ใหม่ไว้ที่ 3790 เป็นที่เรียบร้อย ฉะนั้นหน้าเทรดจาก Timeframe ใหญ่จะยังคงไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมโดยที่เราจะมองหน้า Buy เป็นหลัก นอกจากนี้ราคาก็ได้กำลังเกิดการ Sideway ทำให้เราสามารถเข้าไปใน Timeframe ย่อยเพื่อที่จะหาจุดในการเข้าและรอ Follow หลังจากราคาจบชุดการพักใน Timeframe Day ได้นะครับ ส่วนถ้าราคาปรับตัวลงมาจุดแรกที่เราจะรอกันคือ Throwback ที่ราคา 3707 นั่นเอง
TF H4: เข้ามาใน Timeframe H4 มุมมองและภาพรวมของหน้าการเทรดนั้นก็จะเป็นไปตามภาพของ Day คือการโฟกัสที่หน้า Buy อยู่ นอกจากนี้ราคาก็ได้ปรับลงมาอยู่ใน Demand H4 ในกรอบ 3737-3758 แล้วด้วย ซึ่งสามารถพิจารณาหาจุดเข้าได้จาก Demand นี้นะครับ โดยการพิจารณาหาจุดเข้าเทรดจะเป็นการเข้าไปคอนเฟิร์มใน Timeframe ย่อยซึ่งเป็นการดู Multi-Timeframe ด้วย
ปัจจัยพื้นฐานหลักที่ขับเคลื่อนราคาทองคำวันนี้
ข้อมูลตัวเลขทางเศรษฐกิจ (Economic Data)
ข้อมูล Flash PMI ประจำเดือนกันยายน โดยเฉพาะภาคบริการ (Services PMI) ยังคงอยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ถึง “การขยายตัว” (Expansion) ของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และเป็นการส่งสัญญาณที่แข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ซึ่งข้อมูลนี้ถือเป็น “Hawkish Surprise” ที่สำคัญ มันได้เข้ามา “ขัดแย้ง” (Contradict) โดยตรงกับ Narrative “เศรษฐกิจชะลอตัว” ที่ตลาดสร้างขึ้นจากข้อมูล NFP, Retail Sales ฯลฯ ในช่วงก่อนหน้า สิ่งนี้บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะภาคบริการที่สำคัญที่สุด ยังคงมีความ “ยืดหยุ่น” (Resilient) ซึ่งได้มอบเหตุผลให้กับกรรมการเฟดสายเหยี่ยว (Hawkish Members) ในการโต้แย้งถึงความจำเป็นในการลดอัตราดอกเบี้ยต่อไป
PCE Price Index (ข้อมูลเงินเฟ้อ PCE ในวันศุกร์) นี้จะเป็นบททดสอบข้อมูลมหภาค (Macro Data Test) ที่สำคัญที่สุดของสัปดาห์ เนื่องจาก PCE คือมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดโปรดปราน และหากข้อมูล PCE ออกมา “ชะลอตัว” จะเป็นการยืนยัน Narrative อย่างสมบูรณ์แบบ แต่หากออกมา “ร้อนแรง” ก็อาจสร้างความกังวลและกระตุ้นให้เกิดการเทขายทำกำไรได้
Event Risk
Fed Speak (ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด) เป็นอีกปัจจัยที่สำคัญที่สุดในช่วงต้นสัปดาห์ ตลาดจะทำการ “ย่อย” คำพูดของกรรมการ FOMC ซึ่งหลายท่านที่มักมีความเห็นแตกต่างกัน (เช่น Waller, Kashkari, Williams) เพื่อประเมิน “ระดับความเห็นพ้อง” (Degree of Consensus) ที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจที่ผ่อนคลายของประธานเฟดพาวเวลล์ หากกรรมการส่วนใหญ่ส่งสัญญาณ Dovish เช่นกัน ก็จะยิ่งเสริมความแข็งแกร่งให้แนวโน้มขาขึ้นของทองคำ แต่หากมี “ความเห็นต่างที่แข็งกร้าว” (Hawkish Dissent) ออกมา ก็อาจสร้างความผันผวนในระยะสั้น
สภาวะแวดล้อมที่เอื้ออำนวย (A Conducive Intermarket Environment)
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) และอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Yields) นั้นได้ดีดตัวกลับขึ้นมาจากจุดต่ำสุด (Rebounded from their lows) ซึ่งปฏิกิริยานี้สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง เนื่องจากตลาดได้ลดการคาดการณ์การลดดอกเบี้ยที่รุนแรงในอนาคตลงเล็กน้อย
- แนวรับ(Key Support) : 3736 3706
- แนวต้าน(Key Resistance) : 3790
สามารถติดตามบทวิเคราะห์ทองคำฉบับเจาะลึกปัจจัยพื้นฐานได้ใหม่ในวันพรุ่งนี้
ข้อควรระวัง: การลงทุนมีความเสี่ยง บทวิเคราะห์นี้เป็นเพียงการให้ข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่คำแนะนำในการซื้อขาย ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการลงทุน