Important Information

You are visiting the international Vantage Markets website, distinct from the website operated by Vantage Global Prime LLP
( www.vantagemarkets.co.uk ) which is regulated by the Financial Conduct Authority ("FCA").

This website is managed by Vantage Markets' international entities, and it's important to emphasise that they are not subject to regulation by the FCA in the UK. Therefore, you must understand that you will not have the FCA’s protection when investing through this website – for example:

  • You will not be guaranteed Negative Balance Protection
  • You will not be protected by FCA’s leverage restrictions
  • You will not have the right to settle disputes via the Financial Ombudsman Service (FOS)
  • You will not be protected by Financial Services Compensation Scheme (FSCS)
  • Any monies deposited will not be afforded the protection required under the FCA Client Assets Sourcebook. The level of protection for your funds will be determined by the regulations of the relevant local regulator.

If you would like to proceed and visit this website, you acknowledge and confirm the following:

  • 1.The website is owned by Vantage Markets' international entities and not by Vantage Global Prime LLP, which is regulated by the FCA.
  • 2.Vantage Global Limited, or any of the Vantage Markets international entities, are neither based in the UK nor licensed by the FCA.
  • 3.You are accessing the website at your own initiative and have not been solicited by Vantage Global Limited in any way.
  • 4.Investing through this website does not grant you the protections provided by the FCA.
  • 5.Should you choose to invest through this website or with any of the international Vantage Markets entities, you will be subject to the rules and regulations of the relevant international regulatory authorities, not the FCA.

Vantage wants to make it clear that we are duly licensed and authorised to offer the services and financial derivative products listed on our website. Individuals accessing this website and registering a trading account do so entirely of their own volition and without prior solicitation.

By confirming your decision to proceed with entering the website, you hereby affirm that this decision was solely initiated by you, and no solicitation has been made by any Vantage entity.

I confirm my intention to proceed and enter this website Please direct me to the website operated by Vantage Global Prime LLP, regulated by the FCA in the United Kingdom

By providing your email and proceeding to create an account on this website, you acknowledge that you will be opening an account with Vantage Global Limited, regulated by the Vanuatu Financial Services Commission (VFSC), and not the UK Financial Conduct Authority (FCA).

    Please tick all to proceed

  • Please tick the checkbox to proceed
  • Please tick the checkbox to proceed
Proceed Please direct me to website operated by Vantage Global Prime LLP, regulated by the FCA in the United Kingdom.

SEARCH

  • ทั้งหมด
    การค้าขาย
    แพลตฟอร์ม
    สถาบันการศึกษา
    การวิเคราะห์
    โปรโมชั่น
    เกี่ยวกับ
  • คำค้นหาสั้นเกินไป กรุณาใส่คำหรือวลีทั้งหมด
  • Search

Keywords

  • ฟอเร็กซ์
  • Vantage Rewards
  • ค่าธรรมเนียม
คู่มือการเทรด EUR/USD

คู่มือการเทรด EUR/USD

Vantage Editorial Team

Vantage Editorial Team >

Vantage Editorial Team

Vantage Editorial Team >

View Profile

Vantage is a global, multi-asset broker with a team of in-house writers and market analysts who produce educational and insightful trading content for traders of all levels.

Vantage Updated Mon, 2026 July 13 03:50

EUR/USD คืออะไร

EUR/USD คือคู่สกุลเงินที่จับคู่อัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินยูโร (EUR) กับดอลลาร์สหรัฐ (USD) นักเทรดสามารถเทรด EUR/USD ผ่านอนุพันธ์ทางการเงินอย่างสัญญาซื้อขายส่วนต่าง (CFD) หรือจะซื้อขายสกุลเงินจริงโดยตรงก็ได้

ในแง่ของการเทรด เงินยูโรเป็นสกุลเงินฐาน (base currency) ส่วนดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลเงินอ้างอิง (quote currency) หมายความว่าราคาของ EUR/USD คือจำนวนดอลลาร์ที่ใช้ซื้อเงินยูโร 1 หน่วยในขณะนั้น ตัวอย่างเช่น หากราคาตลาดอยู่ที่ 1.10 หมายความว่าต้องใช้เงิน $1.10 เพื่อซื้อเงิน €1

เกี่ยวกับตลาดฟอเร็กซ์:

  • ดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลเงินที่ครองความเป็นเจ้าตลาดมากที่สุดในโลก ตามข้อมูลจาก BIS Triennial Central Bank Survey [1] โดยดอลลาร์สหรัฐมีส่วนเกี่ยวข้องกับ 88% ของธุรกรรมฟอเร็กซ์ทั้งหมดในเดือนเมษายน 2022 [2]
  • เงินยูโรยังคงเป็นสกุลเงินที่มีการเทรดมากเป็นอันดับสองของโลก โดยมีส่วนเกี่ยวข้องกับ 30.5% ของธุรกรรมทั้งหมดในเดือนเมษายน 2022 [3] ซึ่งลดลงเล็กน้อยจาก 32% ในผลสำรวจ BIS ครั้งก่อนหน้าในปี 2019
  • ด้วยเหตุนี้ การเทรด EUR/USD จึงคิดเป็น 22.7% ของมูลค่าการซื้อขายฟอเร็กซ์ทั้งหมด ตามผลสำรวจ BIS เดือนเมษายน 2022 [4] โดยคู่เงินที่มีปริมาณการเทรดรองลงมาคือ USD/JPY ซึ่งมีสัดส่วน 13.5% ของปริมาณทั้งหมด [5]

ประวัติของ EUR/USD

ก่อนการถือกำเนิดของยูโรโซนและสกุลเงินของตนเอง มีความพยายามหลายครั้งในการสร้างเศรษฐกิจร่วมของยุโรปในช่วงแรก ประชาคมเศรษฐกิจยุโรป (European Economic Community: EEC) ก่อตั้งขึ้นในปี 1957 เพื่อสร้างการเคลื่อนย้ายผู้คน สินค้า และบริการอย่างเสรีข้ามพรมแดนของ 6 ประเทศ [6] การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจนี้นำไปสู่การก่อตั้งประชาคมยุโรป (European Community: EC) ในปี 1993 ซึ่งต่อมากลายเป็นต้นแบบของสหภาพยุโรป (EU)

ในขณะเดียวกัน ผู้กำหนดนโยบายได้ก่อตั้งระบบการเงินยุโรป (European Monetary System: EMS) ขึ้นในปี 1979 ซึ่งเป็นกลไกอัตราแลกเปลี่ยนแบบปรับได้ที่ช่วยส่งเสริมเสถียรภาพของนโยบายการเงินทั่วทั้งทวีป ด้วยการลดความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศสมาชิกประชาคมยุโรป [7] สนธิสัญญามาสทริชต์ในปี 1992 เข้ามาแทนที่ข้อตกลงนี้ พร้อมแผนการจัดตั้งสกุลเงินเดียว ซึ่งดำเนินมาจนถึงปี 1999 ก่อนถูกแทนที่ด้วยสหภาพเศรษฐกิจและการเงินยุโรป (European Economic and Monetary Union: EMU)

ท้ายที่สุด EMU นำไปสู่การกำเนิดเงินยูโรซึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มกราคม 1999 วันสำคัญนี้เป็นจุดที่สกุลเงินประจำชาติอย่างฟรังก์ฝรั่งเศสและมาร์กเยอรมัน ซึ่งเคยแข่งขันกับดอลลาร์สหรัฐแยกกัน ต้องยุติบทบาทลง เมื่อเงินยูโรเปิดตัวในรูปแบบดิจิทัล แต่การเทรด EUR/USD ยังไม่ได้เริ่มต้นขึ้นจนกระทั่งปี 2002 เมื่อ 12 ประเทศแรกในสหภาพยุโรปเริ่มใช้เงินยูโรอย่างเป็นทางการ และสกุลเงินประจำชาติเดิมถูกรวมเข้าเป็นสกุลเงินเดียวที่จับต้องได้ [8]

ทำไมควรเทรดคู่เงิน EUR/USD

EUR/USD คิดเป็นเกือบ 1 ใน 4 ของธุรกรรมฟอเร็กซ์ทั้งหมด ทำให้เป็นคู่เงินที่มีปริมาณการเทรดทั่วโลกสูงที่สุดและได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก [9] เหตุผล 4 ประการที่ควรเทรด EUR/USD มีดังนี้

  • ตัวชี้วัดเศรษฐกิจมหภาคระดับโลก (Global macro gauge) – ด้วยการรวมกันของเศรษฐกิจอันดับ 1 และอันดับ 3 ของโลก EUR/USD จึงเป็นตัวชี้วัดที่ดีต่อสุขภาพโดยรวมของเศรษฐกิจโลก ราคาสะท้อนข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุด นโยบายธนาคารกลาง และปัจจัยพื้นฐานรวมถึงปัจจัยทางเทคนิคอื่น ๆ อยู่ตลอดเวลา
  • สภาพคล่อง (Liquidity) – คู่เงินหลักนี้เป็นคู่เงินที่มีการเทรดมากที่สุด จึงมีสภาพคล่องสูงในตลาด ทำให้นักเทรดสามารถเข้าและออกจากสถานะ EUR/USD ได้อย่างง่ายดาย
  • สเปรดต่ำ (Low spreads) – นอกจากจะเป็นคู่เงินที่มีสภาพคล่องสูงสุดแล้ว EUR/USD ยังมีสเปรดที่ต่ำมากอย่างสม่ำเสมอ แม้ในช่วงที่ตลาดผันผวนสูง เนื่องจากธนาคาร กองทุน นักเทรด ผู้ใช้เชิงพาณิชย์ และนักเก็งกำไรต่างซื้อขาย EUR/USD กันอยู่ตลอดเวลา
  • ชั่วโมงการเทรด (Trading hours) – ตลาดฟอเร็กซ์เปิดทำการตลอด 24 ชั่วโมง โดยมี 3 ช่วงเวลาเทรดที่ต่อเนื่องและซ้อนทับกันในเอเชีย ยุโรป และสหรัฐฯ แม้สภาพคล่องอาจลดลงในช่วงเริ่มต้นของวัน แต่ปริมาณการเทรดโดยทั่วไปยังคงสูงเพียงพอที่จะให้นักเทรดมีความยืดหยุ่นในการเทรด EUR/USD

แนวโน้มในอดีตของตลาด EUR/USD

แม้แนวคิดเรื่องสกุลเงินเดียวของยุโรปจะมีมานานหลายทศวรรษ แต่ EUR/USD ก็ยังถือเป็นคู่เงินที่ค่อนข้างใหม่เมื่อเทียบกับประวัติศาสตร์ของ GBP/USD อย่างไรก็ตาม หลังจากเงินยูโรเริ่มใช้เป็นเงินสดจริงในปี 2002 EUR/USD ก็ก้าวขึ้นมาเป็นคู่เงินอันดับต้น ๆ อย่างรวดเร็ว ทั้งในแง่ของปริมาณการเทรด สภาพคล่อง และสเปรด

จากการจับคู่สกุลเงินของสองเศรษฐกิจระดับโลก EUR/USD จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ทางการเงินสำคัญตลอดประวัติศาสตร์อันสั้นของมัน ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา มีช่วงเวลาสำคัญที่โดดเด่นอยู่ 3 ช่วง ได้แก่

2008 [10]

ในช่วงเริ่มต้นของวิกฤตการเงินโลกครั้งใหญ่ (Great Financial Crisis) ดอลลาร์สหรัฐร่วงลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเทียบกับเงินยูโรในเดือนกรกฎาคม โดยเงินยูโร 15 ประเทศในขณะนั้นพุ่งขึ้นสูงถึง 1.6038 ความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพของภาคธนาคารและเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทวีความรุนแรงขึ้นท่ามกลางตลาดที่อยู่อาศัยที่กำลังทรุดตัว อย่างไรก็ตาม วิกฤตดังกล่าวส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและเงินยูโรในที่สุด จนนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยรุนแรง

2010

วิกฤตหนี้ยุโรป (European Debt Crisis) เริ่มต้นขึ้นเมื่อกรีซและไอร์แลนด์ต้องได้รับการช่วยเหลือทางการเงิน (bailout) และแบกรับมาตรการรัดเข็มขัดอย่างหนัก อันเนื่องมาจากหนี้สาธารณะที่สูงและความล้มเหลวเชิงสถาบัน EUR/USD เผชิญความผันผวนอย่างหนักตลอดสองปีถัดมา โดยร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในเดือนมิถุนายน 2010 ที่ 1.1875 [11]

หลังจากนั้นไม่ถึงหนึ่งปี คู่เงินนี้ก็ฟื้นตัวขึ้นหลังมีการจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือถาวร การเติบโตที่ต่ำและอัตราการว่างงานที่สูงเป็นลักษณะสำคัญของเงินยูโรในช่วงกลางทศวรรษ 2010

2022

EUR/USD แตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 20 ปี เนื่องจากความขัดแย้งในยูเครนก่อให้เกิดวิกฤตพลังงานและอัตราเงินเฟ้อที่สูงเป็นประวัติการณ์ในยูโรโซน ระดับพาริตี (parity) ถูกทำลายเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2002 โดยคู่เงินนี้ปรับตัวลดลง 12 จาก 14 เดือน จนแตะระดับ 0.9535 [12]

แต่ความหวาดกลัวและความกังวลเกี่ยวกับปัญหาไฟฟ้าดับในฤดูหนาวก็คลี่คลายลง เมื่อราคาก๊าซที่พุ่งสูงเริ่มผ่อนคลาย ส่งผลให้ EUR/USD ฟื้นตัวขึ้นอย่างรวดเร็วกลับไปที่ระดับ 1.05 ซึ่งเป็นจุดกึ่งกลางของการปรับตัวลงในช่วงปี 2021-2022 [13]

การคาดการณ์ EUR/USD

การคาดการณ์อัตราแลกเปลี่ยน EUR/USD เป็นงานที่ซับซ้อน ซึ่งต้องพิจารณาอย่างรอบคอบทั้งตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจ การตัดสินใจเชิงนโยบายของธนาคารกลาง และพลวัตของตลาดโลก นักวิเคราะห์ใช้แนวโน้มในอดีตและข้อมูลการคลังปัจจุบันประกอบการคาดการณ์ โดยเข้าใจว่าความสัมพันธ์ระหว่างสุขภาพเศรษฐกิจของยูโรโซนและสหรัฐฯ มีความสำคัญอย่างยิ่ง

ด้วยธนาคารกลางยุโรปและธนาคารกลางสหรัฐฯ เป็นผู้กำหนดทิศทางนโยบายการเงิน การประกาศอัตราดอกเบี้ยหรือการปรับนโยบายการคลังแต่ละครั้งสามารถส่งแรงกระเพื่อมไปทั่วตลาดสกุลเงินได้

เส้นทางการฟื้นตัวหลังการระบาดใหญ่และพัฒนาการทางภูมิรัฐศาสตร์ก็มีบทบาทต่อทิศทางของคู่เงินนี้เช่นกัน สิ่งสำคัญคือต้องตระหนักว่า แม้การคาดการณ์จะอยู่บนพื้นฐานของการวิเคราะห์อย่างละเอียด แต่ตลาดสกุลเงินยังคงอยู่ภายใต้เหตุการณ์ที่คาดเดาไม่ได้ ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ที่คาดการณ์ไว้ได้

ปัจจัยที่ขับเคลื่อนอัตราแลกเปลี่ยน EUR/USD

เนื่องจาก EUR/USD เป็นการผสมผสานของสองเศรษฐกิจหลักระดับโลก จึงได้รับอิทธิพลจากปัจจัยหลากหลาย โดยห้าปัจจัยที่สำคัญที่สุด ได้แก่

ธนาคารกลางสหรัฐฯ

ธนาคารกลางที่มีอิทธิพลมากที่สุดในโลกเป็นผู้กำหนดทิศทางราคาของตลาดการเงินหลักทั้งหมด โดยเฉพาะ EUR/USD ธนาคารกลางสหรัฐฯ ประชุมปีละ 8 ครั้งเพื่อตัดสินใจเกี่ยวกับนโยบายการเงิน เช่น การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ตลาดยังจับตาดูสุนทรพจน์ของประธานเฟดและเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ ในช่วงระหว่างการประชุมด้วย

ธนาคารกลางยุโรป

ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในปัจจุบันประชุมปีละ 8 ครั้งเช่นกัน โดยห่างกันประมาณ 6 สัปดาห์ เพื่อหารือและกำหนดนโยบายการเงิน เช่นเดียวกับเฟด ECB จะออกแถลงการณ์ก่อนการแถลงข่าวซึ่งมีประธานสภาบริหาร ECB เป็นผู้นำการแถลง

ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ

เหตุการณ์ความเสี่ยงสำคัญนี้มักเกิดขึ้นในวันศุกร์แรกของทุกเดือน รายงานนี้ประกอบด้วยตัวเลขการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง อัตราการว่างงาน และตัวเลขค่าจ้างรายปีและรายเดือน ข้อมูลนี้เป็นตัวชี้วัดสำคัญที่สะท้อนสถานะของเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจอื่น ๆ

ยังมีข้อมูลสำคัญอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบอย่างมากต่อ EUR/USD ซึ่งรวมถึงตัวเลขเงินเฟ้อและรายงานกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เช่น ยอดค้าปลีกและผลสำรวจภาคธุรกิจ

เหตุการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์

ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เช่น ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และจีน สามารถส่งผลกระทบอย่างมากต่อคู่เงินที่มีการเทรดมากที่สุดในโลก สงคราม ความขัดแย้งทางเศรษฐกิจ และความไม่แน่นอนของตลาดในบางครั้งเป็นแรงผลักดันให้ดอลลาร์สหรัฐได้รับความนิยมในฐานะสกุลเงินสำรองหลักของโลก

ความสัมพันธ์ของ EUR/USD

ความสัมพันธ์ระหว่างคู่เงิน EUR/USD กับผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่าง ๆ มีความสำคัญต่อนักเทรด เนื่องจากสามารถส่งผลต่อกลยุทธ์และการบริหารความเสี่ยงได้ การเข้าใจความสัมพันธ์เหล่านี้จะช่วยคาดการณ์ทิศทางของคู่เงินได้จากผลการเคลื่อนไหวของสินทรัพย์ที่มีความสัมพันธ์กัน ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่สินค้าโภคภัณฑ์ หุ้น และพันธบัตร ไปจนถึงสกุลเงินอื่น ๆ

ความสัมพันธ์เชิงบวก

  1. ทองคำ

ทองคำมักมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับคู่เงิน EUR/USD เนื่องจากบทบาทของเงินยูโรในคู่เงินนี้และบทบาทต่อดอลลาร์สหรัฐในการกำหนดราคาทองคำโลก เมื่อเงินยูโรแข็งค่าขึ้นเทียบกับดอลลาร์ ราคาทองคำในสกุลดอลลาร์มักปรับตัวสูงขึ้น สะท้อนถึงแนวโน้มที่ EUR/USD อาจปรับตัวขึ้นเช่นกัน เนื่องจากนักลงทุนมองหาสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อดอลลาร์และการอ่อนค่าของสกุลเงิน

  1. ดัชนี Euro Stoxx 50

ตลาดหุ้นยุโรป โดยเฉพาะดัชนี Euro Stoxx 50 มักมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับ EUR/USD เมื่อหุ้นยุโรปปรับตัวขึ้น ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจในยูโรโซน เงินยูโรก็มักแข็งค่าขึ้นเทียบกับดอลลาร์ ดังนั้นแนวโน้มขาขึ้นของดัชนีนี้อาจบ่งชี้ถึงการแข็งค่าขึ้นพร้อมกันของคู่เงิน EUR/USD

  1. พันธบัตรรัฐบาลยุโรป

พันธบัตรรัฐบาลยุโรป โดยเฉพาะพันธบัตรเยอรมัน (bunds) มักเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับ EUR/USD สภาพแวดล้อมที่อัตราผลตอบแทนในยูโรโซนปรับตัวลดลงมักส่งผลให้เงินยูโรแข็งค่าขึ้น เนื่องจากสะท้อนถึงนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย ซึ่งมักสนับสนุนการเคลื่อนไหวของราคา EUR/USD ในระยะยาว

ความสัมพันธ์เชิงลบ

  1. อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ (US Treasury yields)

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ มักมีความสัมพันธ์ผกผันกับคู่เงิน EUR/USD เมื่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งบ่งชี้ถึงความต้องการสินทรัพย์ในสกุลดอลลาร์ที่แข็งแกร่งขึ้น EUR/USD มักปรับตัวลดลง อันเป็นผลจากดอลลาร์ที่แข็งค่าเหนือเงินยูโร

  1. USD/CHF

คู่เงิน USD/CHF (ดอลลาร์สหรัฐ/ฟรังก์สวิส) มักมีความสัมพันธ์เชิงลบกับ EUR/USD เมื่อคู่เงิน USD/CHF ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งบ่งชี้ถึงการแข็งค่าของดอลลาร์เทียบกับฟรังก์สวิส EUR/USD มักปรับตัวลดลง เนื่องจากความแข็งแกร่งของดอลลาร์ที่ส่งผลกระทบต่อเงินยูโรไปพร้อมกัน

  1. สินค้าโภคภัณฑ์ (ราคาในสกุลดอลลาร์)

สินค้าโภคภัณฑ์ที่กำหนดราคาเป็นดอลลาร์ เช่น น้ำมันดิบ อาจมีความสัมพันธ์เชิงลบกับ EUR/USD เมื่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์เหล่านี้ปรับตัวสูงขึ้น อาจช่วยหนุนค่าเงินดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งมักนำไปสู่การอ่อนค่าของ EUR/USD เนื่องจากความต้องการดอลลาร์ที่เพิ่มขึ้นเพื่อซื้อสินค้าโภคภัณฑ์เหล่านี้ทั่วโลก

วิธีเทรด EUR/USD

มีวิธีการเทรดมากมายให้เลือกเมื่อต้องการซื้อและขาย EUR/USD โดยวิธีที่เหมาะสมที่สุดมักขึ้นอยู่กับสไตล์การเทรดและบุคลิกภาพของแต่ละคน ซึ่งอาจใช้การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน การวิเคราะห์ทางเทคนิค หรือผสมผสานทั้งสองแบบ

การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน

พูดง่าย ๆ ปัจจัยพื้นฐานมุ่งเน้นที่ “เหตุผล” ว่าทำไม EUR/USD จึงเคลื่อนไหว โดยพิจารณาจากปัจจัยทางเศรษฐกิจ การเมือง และความรู้สึกของตลาด การวิเคราะห์ประเภทนี้มักต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจตลาดในระดับหนึ่ง เพื่อสร้างมุมมองการเทรดที่ยั่งยืน

การวิเคราะห์ทางเทคนิค

การวิเคราะห์นี้มุ่งเน้นที่ “อะไร” ซึ่งเกี่ยวข้องกับการศึกษาราคาและแนวโน้มบนกราฟ ราคาจะถูกวิเคราะห์เพื่อกำหนดสภาวะการเทรดในปัจจุบันและอนาคตของ EUR/USD การระบุรูปแบบที่จดจำได้ช่วยให้นักเทรดหาจุดเข้าและออกในตลาดจริงได้

แนวทางนี้มักใช้เครื่องมือทางเทคนิคหลากหลายรูปแบบ เช่น เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Averages) ดัชนีความแข็งแกร่งสัมพัทธ์ (Relative Strength Index: RSI) Bollinger Bands เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบ Convergence/Divergence (MACD) และระดับ Fibonacci Retracement ซึ่งแต่ละตัวให้ข้อมูลเชิงลึกที่แตกต่างกันเกี่ยวกับความผันผวน โมเมนตัม และแนวรับแนวต้านที่อาจเกิดขึ้น

การบริหารความเสี่ยง

การบริหารความเสี่ยงเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของการเทรด EUR/USD เช่นเดียวกับคู่เงินอื่น ๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการกำหนดขีดจำกัดล่วงหน้าของจำนวนเงินทุนที่จะใช้เทรด และการตั้งคำสั่ง Stop-Loss เพื่อปกป้องเงินทุนจากการขาดทุนที่มีนัยสำคัญ

ด้วยการใช้เทคนิคการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ เช่น การกำหนดขนาดสถานะที่เหมาะสมและการใช้เลเวอเรจอย่างชาญฉลาด นักเทรดสามารถมุ่งสร้างผลกำไรที่สม่ำเสมอ พร้อมลดโอกาสในการขาดทุนได้ ไม่ว่าจะเลือกใช้การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน การวิเคราะห์ทางเทคนิค หรือผสมผสานทั้งสองแบบ การให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงถือเป็นสิ่งจำเป็นในการรับมือกับความซับซ้อนของการเทรด EUR/USD อย่างมีประสิทธิภาพ

กลยุทธ์การเทรด EUR/USD

ก่อนจะพูดถึงกลยุทธ์แต่ละแบบ เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่าการเปิดสถานะขาย (short) และสถานะซื้อ (long) ใน EUR/USD หมายถึงอะไร

การเปิดสถานะขาย (Short) ใน EUR/USD

การเปิดสถานะขาย EUR/USD คือการเปิดสถานะที่จะทำกำไรได้จากการที่มูลค่าเงินยูโรลดลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ เมื่อนักเทรดเปิดสถานะขาย EUR/USD พวกเขาตั้งใจขายเงินยูโรโดยหวังจะซื้อกลับในราคาที่ต่ำกว่าในอนาคต ซึ่งทำขึ้นเพื่อคาดการณ์การเคลื่อนไหวขาลงของอัตราแลกเปลี่ยน หากอัตราแลกเปลี่ยนปรับตัวลดลงจริง นักเทรดสามารถซื้อเงินยูโรกลับคืนในราคาที่ถูกกว่า จึงทำกำไรจากส่วนต่างได้

การเปิดสถานะซื้อ (Long) ใน EUR/USD

การเปิดสถานะซื้อ EUR/USD หมายถึงการที่นักเทรดซื้อเงินยูโรและขายดอลลาร์สหรัฐ โดยคาดหวังว่าเงินยูโรจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ เมื่อนักเทรดเปิดสถานะซื้อ พวกเขาทำเช่นนั้นด้วยมุมมองว่าอัตราแลกเปลี่ยน EUR/USD จะปรับตัวสูงขึ้น ตัวอย่างเช่น หากอัตราแลกเปลี่ยนปรับตัวสูงขึ้นหลังการซื้อเงินยูโรครั้งแรก นักเทรดสามารถขายเงินยูโรในราคาที่สูงขึ้น เพื่อทำกำไรจากการเทรดได้

กลยุทธ์การเทรดเฉพาะสำหรับ EUR/USD

  • การเทรดระยะสั้นแบบรายวัน (Day Trading)

กลยุทธ์ระยะสั้นนี้หมายถึงนักเทรดไม่ถือสถานะข้ามคืน โดยจะเปิดและปิดคำสั่งทั้งหมดภายในวันเทรดเดียวกัน ซึ่งโดยปกติหมายความว่านักเทรดจะถือสถานะจำนวนมากเพื่อทำกำไรก้อนเล็ก ๆ

  • การเทรดระยะยาว (Position Trading)

การเทรดระยะยาวเป็นกลยุทธ์การเทรดระยะยาว ซึ่งมักใช้การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานเพื่อคาดการณ์แนวคิดการเทรด EUR/USD ความผันผวนของตลาดในระยะสั้นมีความสำคัญน้อยกว่า และนักเทรดมักมีจำนวนสถานะเปิดไม่มาก แต่มีมูลค่าสูงกว่า

  • การเทรดแบบสวิง (Swing Trading)

กลยุทธ์นี้ใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคเพื่อทำกำไรจากการเคลื่อนไหวของตลาด EUR/USD ในระยะสั้นถึงระยะกลาง เช่นเดียวกับการเทรดรายวันและการเทรดระยะยาว นักเทรดจะมองหาแนวโน้มระยะกลางในตลาด

  • การเทรดตามความรู้สึกตลาด (Sentiment Trading)

การเทรดตามความรู้สึกตลาดในคู่เงิน EUR/USD เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์ความรู้สึกหรือบรรยากาศโดยรวมของตลาด นักเทรดใช้ตัวชี้วัดและผลสำรวจต่าง ๆ เช่น รายงาน Commitment of Traders (COT) หรือดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เพื่อประเมินว่าผู้เล่นในตลาดกำลังรู้สึกเชิงบวก (bullish) หรือเชิงลบ (bearish) ต่อเงินยูโรหรือดอลลาร์สหรัฐ

  • การเทรดตามข่าว (News Trading)

การเทรดตามข่าวคือการติดตามข่าวสารและแนวโน้มของตลาดอย่างต่อเนื่อง กลยุทธ์นี้กำหนดให้นักเทรดตัดสินใจเทรดตามที่คาดว่าคู่เงิน EUR/USD จะตอบสนองต่อเหตุการณ์ข่าวแบบเรียลไทม์ ตัวอย่างเช่น หากมีรายงานว่าเศรษฐกิจในยูโรโซนกำลังเติบโตดีกว่าที่คาดไว้ นักเทรดอาจเลือกซื้อเงินยูโรโดยคาดหวังว่าราคาจะปรับตัวสูงขึ้น

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเทรด EUR/USD

สำหรับนักเทรดที่สนใจคู่เงิน EUR/USD ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเทรดมักเป็นช่วงที่เซสชันลอนดอนซ้อนทับกับเซสชันนิวยอร์ก ช่วงเวลานี้ขึ้นชื่อเรื่องความผันผวนที่สูงขึ้นและปริมาณการเทรดที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเปิดโอกาสให้ทำกำไรจากความเคลื่อนไหวของราคาได้ เป็นช่วงที่โมเมนตัมของตลาดสามารถเพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากนักเทรดและสถาบันการเงินจากทั้งสองทวีปต่างเคลื่อนไหว ทำให้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการใช้ประโยชน์จากแนวโน้มและความเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยน

อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเทรด EUR/USD ไม่ได้ขึ้นอยู่กับชั่วโมงตลาดเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับกลยุทธ์การเทรดของแต่ละบุคคลด้วย ตัวอย่างเช่น นักเทรดระยะยาวอาจพบคุณค่าในช่วงเวลาที่มีความผันผวนน้อยกว่า ซึ่งช่วยให้วิเคราะห์ตลาดได้โดยไม่มีสัญญาณรบกวนจากการเทรดที่หนาแน่น นอกจากนี้ นักเทรดยังควรพิจารณาการประกาศข้อมูลเศรษฐกิจและเหตุการณ์ข่าวสารที่อาจก่อให้เกิดความผันผวนอย่างฉับพลันในตลาดด้วย

บทสรุป

EUR/USD เป็นคู่เงินที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก สภาพคล่องและสเปรดที่แคบทำให้เป็นที่ดึงดูดใจสำหรับนักเทรดทุกประเภท

ทั้งการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและการวิเคราะห์ทางเทคนิคสามารถนำมาใช้ในการเข้าและออกจากสถานะได้ คู่เงินนี้ได้รับอิทธิพลอย่างมากจากปัจจัยระดับโลก ซึ่งมักเป็นข่าวพาดหัว

การใช้กลยุทธ์การเทรดที่ชัดเจนใน EUR/USD ช่วยให้คุณเทรดได้อย่างสม่ำเสมอ ควบคุมอารมณ์ และบริหารความเสี่ยงได้ องค์ประกอบเหล่านี้เป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในระยะยาวเมื่อเทรด EUR/USD

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเทรด EUR/USD

สเปรดของ EUR/USD ที่ Vantage เป็นเท่าไหร่

สเปรดของ EUR/USD ที่ Vantage มีความสามารถในการแข่งขันสูง โดยเริ่มต้นที่ 0.0 pips สเปรดที่แคบนี้เป็นข้อได้เปรียบอย่างมากสำหรับนักเทรดที่ต้องการลดต้นทุนการทำธุรกรรมในหนึ่งในคู่เงินที่มีสภาพคล่องสูงและเทรดกันอย่างแพร่หลายที่สุดในตลาดฟอเร็กซ์ สเปรดจริงอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดและสภาพคล่องที่มีในขณะนั้น

ความเสี่ยงของการเทรด EUR/USD มีอะไรบ้าง

ความเสี่ยงของการเทรด EUR/USD เช่นเดียวกับคู่เงินอื่น ๆ มาพร้อมกับความเสี่ยงหลายประการ ประการแรก อัตราแลกเปลี่ยนสามารถผันผวนอย่างมากจากรายงานเศรษฐกิจ เหตุการณ์ทางการเมือง การตัดสินใจของธนาคารกลาง และความรู้สึกของตลาด เลเวอเรจสามารถขยายทั้งกำไรและขาดทุนที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งอาจนำไปสู่การขาดทุนทางการเงินจำนวนมากหากไม่มีการบริหารจัดการอย่างเหมาะสม

EUR/USD เป็นคู่เงินที่ดีสำหรับการเทรดหรือไม่

การที่ EUR/USD จะเป็นคู่เงินที่ดีสำหรับการเทรดหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณต้องการบรรลุในตลาดฟอเร็กซ์

คู่เงินนี้เป็นหนึ่งในคู่เงินที่มีการเทรดมากที่สุดในโลก ซึ่งหมายความว่ามักมีสภาพคล่องสูงกว่า ทำให้นักเทรดสามารถเข้าและออกจากการเทรดได้โดยมีการเลื่อนราคา (slippage) น้อยลง นอกจากนี้ ด้วยความนิยมของคู่เงินนี้ ยังทำให้มีการนำเสนอข่าวสารทางการเงินอย่างครอบคลุม ทำให้นักเทรดมักได้รับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับปัจจัยที่อาจส่งผลต่อราคาอยู่เสมอ

อย่างไรก็ตาม ความนิยมนี้ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงของตัวเอง เนื่องจากคู่เงินนี้มีความอ่อนไหวต่อข่าวเศรษฐกิจและเหตุการณ์ระดับโลก ซึ่งอาจทำให้ราคาผันผวนได้

เอกสารอ้างอิง

  1. “OTC foreign exchange turnover in April 2022 – BIS” https://www.bis.org/statistics/rpfx22_fx.pdf Accessed 25 April 2023
  2. “Is Forex Trading Hard? – Yahoo! Finance” https://finance.yahoo.com/news/forex-trading-hard-110000501.html Accessed 25 April 2023
  3. “CAN CHINA KILL THE US DOLLAR? – BBN Times” https://www.bbntimes.com/global-economy/can-china-kill-the-us-dollar Accessed 25 April 2023
  4. “OTC foreign exchange turnover in April 2022 – BIS” https://www.bis.org/statistics/rpfx22_fx.pdf Accessed 25 April 2023
  5. “OTC foreign exchange turnover in April 2022 – BIS” https://www.bis.org/statistics/rpfx22_fx.pdf Accessed 25 April 2023
  6. “European Community – Britannica” https://www.britannica.com/topic/European-Community-European-economic-association Accessed 25 April 2023
  7. “What Is the European Monetary System (EMS)? Definition, History – Investopedia” https://www.investopedia.com/terms/e/ems.asp Accessed 25 April 2023
  8. “Currency Pair: EUR/USD (Euro/U.S. Dollar) Definition and History – Investopedia” https://www.investopedia.com/terms/forex/e/eur-usd-euro-us-dollar-currency-pair.asp Accessed 5 May 2023
  9. “Major Pairs: Definition in Forex Trading and How to Trade – Investopedia” https://www.investopedia.com/terms/forex/m/majors.asp Accessed 5 May 2023
  10. “Dollar hits new low versus euro – CNN Money” https://money.cnn.com/2008/07/15/markets/dollar/index.htm Accessed 5 May 2023
  11. “EUR/USD Technical Analysis: 2010 Low in the Spotlight – Yahoo! News” https://news.yahoo.com/eur-usd-technical-analysis-2010-052900710.html Accessed 5 May 2023
  12. “EURUSD analysis and price prediction for today, 2023 and beyond: Further gains or back to parity? – Capex.com”  https://capex.com/en/overview/eurusd-price-prediction Accessed 5 May 2023
  13. “The euro is nearing parity with the dollar: Here’s what it could mean for investors – CNBC” https://www.cnbc.com/2022/05/19/euro-dollar-what-does-it-mean-for-investors-as-the-pair-nears-parity.html Accessed 5 May 2023
  • vantage academy open account

    เปิดบัญชีการซื้อขาย

    ค้นพบความเป็นไปได้ในการซื้อขายที่ไม่มีที่สิ้นสุดด้วยแพลตฟอร์มที่ทันสมัยของเรา ซึ่งออกแบบมาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทั้งผู้เริ่มต้นและนักเทรดที่มีประสบการณ์ ปลอดภัยไร้ความเสี่ยงด้วยบัญชีทดลอง

  • vantage academy app

    ดาวน์โหลดแอป Vantage

    แอปการซื้อขายที่ราบรื่นซึ่งได้รับความนิยมและสามารถเข้าถึงตลาดทั้งหมดในมือของคุณ

  • vantage academy start trading

    เริ่มต้นซื้อขาย

    เข้าสู่ระบบบัญชีของคุณเพื่อเริ่มต้นซื้อขายผลิตภัณฑ์กว่า 1,000 รายการ รวมถึง Forex, ดัชนี, ทองคำ, หุ้นและอื่น ๆ