หุ้นเป็นหนึ่งในตัวเลือกสินทรัพย์ที่นักลงทุนและนักเทรดนิยมเลือกมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื่องจากมีประวัติผลตอบแทนที่พิสูจน์ได้ ตัวอย่างเช่น ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งวัดผลโดยดัชนี S&P 500 ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปี 10.26% ตั้งแต่ปี 1957 ถึงปี 2023 [1]
นอกจากนี้ หุ้นยังมีให้เทรดอย่างแพร่หลาย โดยบริษัทใดก็ตามที่มีคุณสมบัติในการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ก็มีสิทธิที่จะออกหุ้นแทนความเป็นเจ้าของในบริษัท และใครก็ตามที่มีฐานะทางการเงินเพียงพอที่จะเทรดหุ้นดังกล่าวก็สามารถเทรดได้
แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่าหุ้นจะมีให้เลือกมากมาย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าหุ้นทั้งหมดจะมีคุณภาพเท่ากัน ในความเป็นจริง หุ้นถูกแบ่งออกเป็นหลายประเภทตามลักษณะเฉพาะบางประการ เช่น ขนาดของบริษัทที่เป็นบริษัทแม่ หรือช่วงวงจรของธุรกิจ
ในบรรดาหุ้นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือประเภทที่เรียกว่า “หุ้นบลูชิพ” หรือ “Blue Chip Stocks” แล้วอะไรคือคุณสมบัติที่ทำให้ถือว่าเป็นหุ้นบลูชิพ? และหุ้นประเภทนี้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกคนหรือไม่?
ประเด็นสำคัญ
- หุ้นบลูชิพ หรือ Blue Chip Stocks คือหุ้นที่มีมูลค่าสูงเนื่องจากประวัติผลประกอบการที่มั่นคงและมีความสามารถในการต้านทานวิกฤติเศรษฐกิจ ซึ่งทำให้หุ้นเหล่านี้น่าดึงดูดสำหรับนักลงทุนที่ไม่ชอบเสี่ยง
- หุ้นบลูชิพมีเสถียรภาพ รายได้จากเงินปันผลที่สม่ำเสมอ และศักยภาพในการเพิ่มมูลค่าของเงินทุนในระยะยาวอย่างมั่นคง
- ความเสี่ยงรวมถึงต้นทุนที่สูงขึ้น ศักยภาพการเติบโตและความอ่อนไหวต่อความผันผวนทางเศรษฐกิจ ทำให้นักลงทุนต้องวางแผนการลงทุนอย่างรอบคอบ
หุ้นบลูชิพหรือ Blue Chip Stocks คืออะไร? [2]
คำว่า “บลูชิพ” มีที่มาจากโต๊ะโป๊กเกอร์ ซึ่งใช้ชิปสีน้ำเงินเพื่อแสดงถึงมูลค่าเงินที่สูงที่สุด
หุ้นบลูชิพจึงเป็นหุ้นที่ถือว่ามีมูลค่าสูงสุด เนื่องจากมูลค่าของหุ้นขึ้นอยู่กับผลงานของบริษัทที่ออกหุ้น หุ้นบลูชิพจึงกลายมาเป็นคำพ้องความหมายกับหุ้นที่มีคุณภาพสูงและผ่านการพิสูจน์ความแข็งแกร่งมาแล้ว
โดยทั่วไปหุ้นบลูชิพ จะมีลักษณะดังนี้:
- ได้รับการยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ
- เป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในด้านผลิตภัณฑ์และบริการคุณภาพสูง
- ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการทำกำไรและความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง
- มีฐานะทางการเงินที่มั่นคง และสามารถผ่านพ้นช่วงเศรษฐกิจตกต่ำหรือวัฏจักรต่าง ๆ
- ยังคงครองความเหนือกว่าแม้จะเผชิญกับความท้าทายซ้ำแล้วซ้ำเล่าและการแข่งขันที่เข้มข้น
ทำไมหุ้นบลูชิพถึงน่าสนใจ ?
เนื่องจากหุ้นบลูชิพเป็นตัวแทนของผลงานที่ได้รับการพิสูจน์แล้วในภาคส่วนต่าง ๆ นักลงทุนจึงมักเทรดหุ้นเหล่านี้เพื่อแสวงหาโอกาสในการลงทุนในบริษัทที่เป็นสุดยอดแห่งอุตสาหกรรม
กล่าวอีกนัย หุ้นบลูชิพเป็นหุ้นที่มีความยืดหยุ่นสูง มีประวัติอันยาวนานและประสบความสำเร็จ จึงทำให้หุ้นเหล่านี้เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยสำหรับนักลงทุน และสามารถสร้างเสถียรภาพในฐานะหุ้นพื้นฐานในพอร์ตโฟลิโอได้
ด้วยความมั่นคงนี้ หุ้นบลูชิพจึงเหมาะสำหรับนักลงทุนที่ไม่ชอบความเสี่ยง เพราะมีโอกาสน้อยมากที่หุ้นเหล่านี้จะล้มเหลว เมื่อเปรียบเทียบกับหุ้นที่มีความเสี่ยงสูงกว่า เช่น หุ้นเพนนีหรือบริษัทที่มีมูลค่าตามราคาตลาดต่ำ
เหตุผลอีกประการหนึ่งที่ทำให้การเทรดหุ้นบลูชิพน่าสนใจ คือความคล่องตัวของหุ้นเหล่านี้ ซึ่งสามารถให้ผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว และยังสามารถทำกำไรในช่วงเวลาสั้น ๆ หากทำการเทรดอย่างระมัดระวังและวางกลยุทธ์ขั้นสูงอย่างเหมาะสม
ความเสี่ยงและผลประโยชน์จากการเทรดหุ้นบลูชิพ
| ประโยชน์ | ความเสี่ยง |
| มีเสถียรภาพและมีความน่าเชื่อถือ | มักจะมีราคาแพงกว่าหุ้นประเภทอื่น |
| หากจ่ายเงินปันผล จะให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลที่สม่ำเสมอ | ไม่สามารหลีกเลี่ยงสภาวะตลาดที่ไม่เอื้ออำนวยได้ทั้งหมด |
| สามารถพบได้ในหลายภาคส่วน | ศักยภาพการเติบโตของทุนต่ำกว่าเมื่อเทียบกับหุ้นเติบโต |
| ได้รับความนิยมสูง | อาจได้รับความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ |
ประโยชน์
ประโยชน์หลักของการเทรดหุ้นบลูชิพคือเสถียรภาพและความยืดหยุ่นของหุ้นเหล่านี้ เนื่องมาจากประวัติการดำเนินงานที่ยาวนาน ดังนั้น หุ้นเหล่านี้จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในช่วงที่ตลาดตกต่ำ เนื่องจากบริษัทเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวได้ดีกว่าบริษัทอื่นในด้านการเงิน
หุ้นบลูชิพยอดนิยมบางตัวมีประวัติการเพิ่มผลตอบแทนจากเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ หุ้นเหล่านี้สามารถสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอในระยะยาวให้กับนักลงทุนได้
เนื่องจากหุ้นบลูชิพสามารถพบได้ในหลายอุตสาหกรรมและภาคส่วน การลงทุนในหุ้นเหล่านี้อย่างหลากหลายจึงเป็นวิธีที่ดีในการกระจายพอร์ตการลงทุนของคุณ
สุดท้าย เนื่องจากหุ้นบลูชิพเป็นที่นิยมอย่างสูงและมีความต้องการอยู่เสมอ ดังนั้นคุณจึงไม่น่าจะประสบกับการเทรดที่ล้มเหลวเนื่องจากขาดสภาพคล่อง
ความเสี่ยง
หุ้นบลูชิพใช่ว่าจะปราศจากความเสี่ยง สำหรับนักลงทุนบางราย ราคาหุ้นบลูชิพที่มีราคาสูงอาจเป็นอุปสรรค ซึ่งหมายความว่าการลงทุนในหุ้นเหล่านี้ต้องใช้ต้นทุนค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับหุ้นกลุ่มอื่น นักลงทุนควรเตรียมเงินทุนจำนวนมากไว้เมื่อเทรดหุ้นบลูชิพ
อีกทั้ง หุ้นบลูชิพจำนวนมากเป็นของบริษัทที่เติบโตเต็มที่แล้ว ดังนั้นจึงอาจไม่สามารถให้ผลตอบแทนจากการเติบโตของทุนได้มากนัก นักลงทุนที่ต้องการเพิ่มการเติบโตของพอร์ตอย่างรวดเร็วอาจพบว่าหุ้นบลูชิพมีผลงานแย่กว่าหุ้นที่มีความเสี่ยงสูง เช่น หุ้นเติบโต
สุดท้ายและสำคัญที่สุด หุ้นบลูชิพไม่อาจรอดพ้นจาก ความผันผวน ของเศรษฐกิจและความล้มเหลวทางเศรษฐกิจได้เสมอไป บริษัทประกันภัยขนาดใหญ่หลายแห่งในสหรัฐฯ เช่น American International Group Inc, XL Group plc และ Genworth Financial Inc ล้วนประสบปัญหากับราคาหุ้นร่วงลงอย่างรุนแรงในช่วงวิกฤตการเงินครั้งใหญ่ในปี 2008 เนื่องจากบริษัทเหล่านี้เชื่อมโยงกับตลาดที่อยู่อาศัยในสหรัฐฯ หรืออนุพันธ์ทางการเงินที่อยู่เบื้องหลังการล่มสลายดังกล่าว [3]
ดังนั้น แม้ว่าจะมีเหตุผลมากมายที่ควรเทรดหุ้นบลูชิพ แต่ก็ไม่มีการรับประกันความสำเร็จ และนักลงทุนควรทำการตรวจสอบอย่างรอบคอบอยู่เสมอ
ตัวอย่างหุ้นบลูชิพ: Apple Inc (AAPL)

Apple Inc. ถือเป็นหุ้นบลูชิพที่ดีที่สุดตัวหนึ่งในยุคนี้ เนื่องจากเป็นผู้นำและผู้ที่ได้รับผลประโยชน์หลักจากยุคเฟื่องฟูของสมาร์ทโฟน โดยผลการดำเนินงานของหุ้นตัวนี้สามารถแสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจน โดยราคาหุ้นเพิ่มขึ้นเกือบ 300% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
แม้ว่าจะมีการวิพากษ์วิจารณ์มากขึ้นเรื่อย ๆ เกี่ยวกับการขาดนวัตกรรมในผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทอย่าง iPhone แต่สถานะของบริษัทในฐานะหุ้นบลูชิพนั้นก็ยังคงแข็งแกร่ง [4] รายงานผลประกอบการล่าสุดของบริษัทนั้นเอาชนะการคาดการณ์ของวอลล์สตรีทในตัวชี้วัดสำคัญหลายประการ รวมถึงกำไรต่อหุ้น รายได้รวม รายได้จาก iPad และที่สำคัญคือ รายได้ของ iPhone ซึ่งตอกย้ำให้ถึงตำแหน่งผู้นำของ Apple ได้อย่างชัดเจน [5]
แผนงานในอนาคตของบริษัทก็ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับสถานะของบริษัท AAPL ในระดับบลูชิพต่อไป CEO Tim Cook กำลังผลักดันเทคโนโลยี AI อย่างหนัก โดย iOS 18 มีแผนที่จะเปิดตัวความสามารถและฟีเจอร์ AI ใหม่ล่าสุด โดยได้รับการสนับสนุนจากฮาร์ดแวร์ที่รองรับ AI ใน iPhone 16 และ iPhone 16 Pro รุ่นล่าสุด
กลยุทธ์การเทรดหุ้นบลูชิพในระยะยาว
ดังที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ หุ้นบลูชิพที่มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงอย่างสม่ำเสมอสามารถนำมาใช้สร้าง รายได้แบบพาสซีฟ ที่เติบโตขึ้นตามกาลเวลา แนะนำให้นำเงินปันผลของคุณกลับไปลงทุนซ้ำในช่วงเริ่มต้นเพื่อรองรับความผันผวนของตลาดและช่วยให้กระแสรายได้ของคุณเติบโตเร็วขึ้น
แม้ว่าหุ้นบลูชิพอาจไม่ได้ให้ผลตอบแทนอย่างรวดเร็ว แต่หุ้นบลูชิพเหล่านี้ก็ยังสามารถให้ผลตอบแทนที่มั่นคงในระยะยาวได้ ซึ่งจะเห็นได้จาก AAPL ข้างต้น
ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทยักษ์ใหญ่ที่เป็นผู้นำในการพัฒนาเทรนด์ใหม่ ๆ เช่น Nvidia และ AI มีโอกาสสูงกว่าในการก้าวไปสู่จุดสูงสุด เนื่องจากมีรากฐานที่แข็งแกร่ง
เทรดหุ้นบลูชิพยอดนิยมกับ Vantage
กำลังคิดจะเทรดหุ้นบลูชิพเพื่อกระจายพอร์ตการลงทุนปัจจุบันของคุณอยู่หรือไม่? Vantage มอบการเข้าถึงหุ้นบลูชิพยอดนิยมจากทั่วโลก เลือกลงทุนในหุ้นรายตัว กองทุน ETF หรือกองทุนดัชนีเพื่อปรับสมดุลความเสี่ยงตามการวิเคราะห์ของคุณ
ด้วย สัญญาเทรดส่วนต่าง (CFD) ของ Vantage คุณจะเข้าถึงการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นบลูชิพชั้นนำได้โดยไม่ต้องถือครองหุ้นจริง เทรดได้ในทุกสภาวะตลาดโดยสามารถเปิดทั้งสถานะซื้อหรือขาย และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือค่าคอมมิชชั่นต่ำ ค่าธรรมเนียมที่โปร่งใส และการสนับสนุนระดับโลกที่มีเฉพาะกับโบรกเกอร์ที่เป็นเจ้าของรางวัลอย่าง Vantage เท่านั้นที่สามารถให้ได้ เปิดบัญชีจริงตอนนี้
อ้างอิง
- “S&P 500 Average Return and Historical Performance – Investopedia” https://www.investopedia.com/ask/answers/042415/what-average-annual-return-sp-500.asp Accessed 15 Oct 2024
- “Blue Chip Meaning and Examples – Investopedia” https://www.investopedia.com/terms/b/bluechip.asp Accessed 15 Oct 2024
- “The Best And Worst Stocks Of The 2008 Crash: What We Learned – Yahoo! Finance” https://finance.yahoo.com/news/best-worst-stocks-2008-crash-205844396.html Accessed 15 Oct 2024
- “Apple’s Lack of iPhone Innovation Is Becoming a Big Problem – The Motley Fool” https://www.fool.com/investing/2024/04/02/apples-lack-of-iphone-innovation-is-becoming-a-big/ Accessed 15 Oct 2024
- “Apple sales rise 5%, topping estimates as iPad and Services revenues jump – CNBC” https://www.cnbc.com/2024/08/01/apple-aapl-earnings-report-q3-2024.html Accessed 15 Oct 2024


