ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) ทรงตัวที่ 100.59 ท่ามกลางท่าทีเข้มงวดของเฟดและ CPI ที่ชะลอลง
ขณะนี้ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar Index) ยังไม่ส่งสัญญาณทิศทางที่ชัดเจน ณ เวลา 09:50 น. (GMT+8) หรือ 01:50 น. UTC วันที่ 20 กรกฎาคม 2026 ดัชนี DXY อยู่ที่ 100.59 ตามกราฟ Vantage USDX CFD กรอบเวลา 4H ต่ำกว่าจุดสูงสุดช่วงปลายเดือนมิถุนายนราวสองจุด และยังคงแกว่งตัวในกรอบ (range-bound) การเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนแรงดึงจากปัจจัยมหภาคที่สวนทางกัน ทั้งส่วนเพิ่มความเสี่ยงจากสถานการณ์ความขัดแย้ง (war premium) เงินเฟ้อที่ชะลอลง และท่าทีเข้มงวดของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) ท่ามกลางความเห็นที่ยังแตกต่างกันในหมู่เจ้าหน้าที่เกี่ยวกับแนวทางนโยบายที่เหมาะสม ปัจจัยเหล่านี้ล้วนสะท้อนอยู่ในการเคลื่อนไหวของดัชนีดอลลาร์ในขณะนี้
ประเด็นสำคัญ
- ดัชนีดอลลาร์สหรัฐอ่อนตัวลงมาอยู่ที่ราว 100.59 หลังถอยจากจุดสูงสุดช่วงปลายเดือนมิถุนายนบริเวณ 101.20–101.40 แม้จะดีดกลับขึ้นเหนือ 101 ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม
- ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนมิถุนายนชะลอลงมาอยู่ที่ 3.5% เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่คาดไว้ที่ 3.8% อย่างชัดเจน จึงช่วยลดแรงกดดันต่อการขึ้นดอกเบี้ยในระยะสั้น แม้ dot plot ของเฟดยังสะท้อนแนวโน้มในทิศทางตรงกันข้าม
- ความขัดแย้งในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกครั้งในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม หลังอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) การโจมตีระลอกใหม่ผลักดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้น และช่วยพยุงแรงซื้อดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (safe haven)
กราฟ USDX บอกอะไรบ้าง
บนกราฟดัชนีดอลลาร์กรอบเวลา 4H สัญญา US Dollar Index CFD ปิดล่าสุดใกล้ 100.59 โดยเคลื่อนไหวในช่วง 100.57–100.68 ณ เวลาตัดรอบข้างต้น หากมองในภาพกว้าง ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ ทยอยย่อตัวในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังปรับขึ้นจากราว 98.30 ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมไปแตะจุดสูงสุดใกล้ 101.40 ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน การแกว่งตัวดังกล่าวอาจดูรุนแรงในระยะสั้น แต่เมื่อพิจารณาว่าเกิดขึ้นตลอดสองเดือน ภาพรวมถือว่าไม่ได้ผันผวนผิดปกตินัก
เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 ช่วงเวลา (50-period moving average) อยู่ที่ 100.674 สูงกว่าราคาปัจจุบันเล็กน้อย ขณะที่เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 ช่วงเวลา (200-period moving average) อยู่ที่ 100.365 ต่ำกว่าราคาปัจจุบันพอสมควร ดัชนีจึงเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบระหว่างเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นกับระยะยาว สะท้อนว่าโมเมนตัมระยะสั้นอ่อนลง แต่ยังไม่ทำให้โครงสร้างแนวโน้มระยะยาวเสียไปอย่างมีนัยสำคัญ
ค่า RSI (14, close) ตามการตั้งค่า TradingView ที่ใช้ในการวิเคราะห์ครั้งนี้อยู่ที่ 50.70 ส่วนเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ซ้อนทับบน RSI (moving-average overlay) อยู่ที่ 44.81 ทั้งสองค่ายังห่างจากเขตซื้อมากเกินไป (overbought) และขายมากเกินไป (oversold) หลังจากกราฟ USDX ได้รับความสนใจอย่างมากในเดือนมิถุนายน ค่า RSI ที่เป็นกลางเช่นนี้สะท้อนว่าตลาดกำลังพักตัวและรอปัจจัยชี้นำใหม่
ภาพที่ 1: กราฟ USDX (US Dollar Index CFD) กรอบเวลา 4H แสดงการปรับตัวลงจากจุดสูงสุดช่วงปลายเดือนมิถุนายน และตำแหน่งปัจจุบันระหว่างเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50-period และ 200-period (TradingView, https://www.tradingview.com/symbols/TVC-DXY/) เข้าถึงเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2026 ข้อมูลเป็นเพียงตัวอย่างประกอบ เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น

สามแรงขับที่ดึงดัชนีดอลลาร์ไปคนละทิศทาง
ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง: แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยที่ยังไม่จางหาย
ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งเริ่มขึ้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2026 มีแนวโน้มคลี่คลายลงตลอดเดือนมิถุนายน ก่อนจะปะทุอีกครั้งในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม[1] การโจมตีระลอกใหม่และการประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่านเกิดขึ้นพร้อมกับราคาน้ำมันที่พุ่งจากราว 76 ดอลลาร์ไปแตะเกือบ 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลภายในไม่กี่วัน[2] ช่องแคบแห่งนี้เป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันดิบเกือบหนึ่งในห้าของอุปทานโลก สถานการณ์จึงยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อผ่านราคาพลังงาน[3]
สำหรับเงินดอลลาร์ ปัจจัยนี้ส่งผลทั้งด้านบวกและด้านลบ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ช่วยหนุนความต้องการเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ขณะเดียวกัน ความกังวลว่าอุปทานอาจหยุดชะงักก็ผลักดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้น และทำให้การประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อของเฟดซับซ้อนกว่าเดิม เพราะต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผ่านไปยังอัตราเงินเฟ้อทั่วไป (headline inflation) ส่วนเงินเยนและทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยแบบดั้งเดิม กลับไม่ได้ตอบสนองตามที่มักคาดกันในปีนี้ เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (US Treasury yields) ที่อยู่ใกล้ 4.0%–4.1% และเงินดอลลาร์ที่ยังแข็งค่า ช่วยลดทอนความน่าสนใจของสินทรัพย์ทั้งสองบางส่วน[4]
เฟดภายใต้ Warsh: ความเห็นในคณะกรรมการแบ่งเป็นสองขั้ว
Kevin Warsh เข้ารับตำแหน่งประธานเฟดในเดือนพฤษภาคม 2026 และในการประชุมครั้งแรกภายใต้การนำของเขาเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน คณะกรรมการมีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.50%–3.75% พร้อมตัดถ้อยคำที่ส่งสัญญาณถึงการลดดอกเบี้ยในอนาคตออก[5] แผนภาพ dot plot แสดงค่ากลาง (median) ของประมาณการว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 0.25% อีกหนึ่งครั้งภายในสิ้นปี 2026 ซึ่งเข้มงวดกว่าประมาณการเมื่อเดือนมีนาคม อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าจุด (dot) ของผู้เข้าร่วมประชุมหนึ่งรายจะหายไปจากแผนภาพ โดยมีการคาดกันว่าเป็นของ Warsh
รายงานการประชุม (minutes) ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม สะท้อนว่าความเห็นในคณะกรรมการแบ่งออกเป็นสองฝ่ายเกือบเท่ากัน ในบรรดาเจ้าหน้าที่ 18 คนที่ส่งประมาณการ ครึ่งหนึ่งเห็นควรให้คงหรือลดอัตราดอกเบี้ยเล็กน้อย ขณะที่อีกครึ่งหนึ่งสนับสนุนให้ขึ้นดอกเบี้ยก่อนสิ้นปี[6] Warsh ย้ำอย่างต่อเนื่องว่าเงินเฟ้อยัง “สูงเกินไป” แม้จะเปิดรับแนวคิดว่าปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence) อาจช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อในระยะยาว[7] FOMC มีกำหนดตัดสินใจนโยบายครั้งถัดไปในวันที่ 29 กรกฎาคม 2026 โดยการประชุมครั้งนี้จะไม่มีการเผยแพร่ Summary of Economic Projections ฉบับปรับปรุง เนื่องจากรายงานดังกล่าวเผยแพร่เฉพาะเดือนมีนาคม มิถุนายน กันยายน และธันวาคม[8]
ตัวเลขเศรษฐกิจ: CPI ชะลอลง ขณะที่ตลาดแรงงานอ่อนแรง
ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนมิถุนายน ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ให้ภาพที่ต่างจากท่าทีเข้มงวดของเฟดเมื่อเดือนก่อน อัตราเงินเฟ้อทั่วไปชะลอลงมาอยู่ที่ 3.5% เมื่อเทียบรายปี จาก 4.2% ในเดือนพฤษภาคม และต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 3.8% ขณะที่ CPI รายเดือนลดลง 0.4% มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2020 จากราคาน้ำมันเบนซินที่ร่วงลงอย่างรวดเร็ว[9] ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ทรงตัวที่ 2.6% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งต่ำกว่าคาดเช่นกัน
ข้อมูลเงินเฟ้อชุดนี้ออกมาหลังรายงานการจ้างงานเดือนมิถุนายนที่อ่อนแอเช่นกัน การจ้างงานนอกภาคเกษตร (Non-farm payrolls) เพิ่มขึ้นเพียง 57,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ราว 115,000 ตำแหน่งอย่างมาก ขณะที่ตัวเลขเดือนเมษายนและพฤษภาคมถูกปรับลดลงรวม 74,000 ตำแหน่ง[10] แม้อัตราว่างงานลดลงมาอยู่ที่ 4.2% แต่สาเหตุหลักมาจากอัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงาน (labour force participation) ที่ลดลงเหลือ 61.5% ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2021 มากกว่าจะสะท้อนการจ้างงานที่แข็งแกร่งขึ้น[11] เมื่อพิจารณาข้อมูลทั้งสองชุดร่วมกัน เหตุผลสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยในระยะใกล้ดูอ่อนลงกว่าที่แถลงการณ์เดือนมิถุนายนส่งสัญญาณไว้มาก อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากราคาพลังงานที่ได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังทำให้ประเด็นเงินเฟ้อไม่หมดไปเสียทีเดียว
ระดับสำคัญที่นักเทรดจับตาใน DXY และคู่เงิน USD หลัก
ตารางด้านล่างสรุปกรอบราคาที่ตลาดกำลังจับตาในดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ และคู่เงิน USD หลัก ตัวเลขเหล่านี้อ้างอิงจากการซื้อขายล่าสุดและไม่ถือเป็นสัญญาณซื้อขาย
| คู่เงิน | กรอบราคาล่าสุด | สถานการณ์ปัจจุบัน |
| DXY | 100.00 ถึง 101.40 | อยู่ใกล้ 100.59 และกำลังสะสมตัวใต้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 ช่วงเวลา หลังถอยจากจุดสูงสุดช่วงปลายเดือนมิถุนายน |
| EURUSD | 1.1350 ถึง 1.1900 | ซื้อขายใกล้ 1.1446 และยังคงแกว่งตัวอยู่ในกรอบล่าสุด |
| USDJPY | 160.00 ถึง 163.00 | อยู่ใกล้ 162.40 และยังใกล้จุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ โดยความเสี่ยงจากการแทรกแซงค่าเงินเยนของทางการญี่ปุ่นยังเป็นประเด็นที่ต้องจับตาเมื่ออยู่เหนือ 162 |
| GBPUSD | 1.3300 ถึง 1.3550 | อยู่ใกล้ 1.3452 และค่อนข้างทรงตัวเมื่อเทียบกับภาพรวมการเคลื่อนไหวของดอลลาร์ |
ระดับข้างต้นเป็นกรอบอ้างอิงโดยประมาณจากการซื้อขายล่าสุด ไม่ใช่ระดับทางเทคนิคที่ตายตัว แหล่งข้อมูล: Reuters, Trading Economics, Yahoo Finance และ TradingView ข้อมูล ณ วันที่ 17–20 กรกฎาคม 2026
แต่ละคู่เงินมีประเด็นที่น่าสนใจต่างกัน เงินยูโรยังค่อนข้างแข็งแกร่ง โดยยืนเหนือ 1.14 ได้แม้ดอลลาร์จะได้รับแรงหนุนจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง สะท้อนว่าฝั่งยูโรโซนมีปัจจัยขับเคลื่อนเฉพาะตัว ส่วนเงินเยนอ่อนค่าลงสู่ระดับที่ไม่พบมาหลายทศวรรษ และ USDJPY ยังอยู่ใกล้จุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์บริเวณ 162.80 ซึ่งเป็นโซนที่ตลาดต้องระวังความเป็นไปได้ในการแทรกแซงค่าเงินของทางการญี่ปุ่น ด้านทองคำ (XAUUSD) แกว่งสะสมตัวในกรอบกว้าง 4,400–4,700 ดอลลาร์ตลอดช่วงกลางปี โดยดอลลาร์ที่แข็งค่าและอัตราผลตอบแทนที่แท้จริง (real yields) ที่สูงขึ้น ช่วยลดทอนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยจากความขัดแย้งบางส่วน
หากต้องการติดตามความเคลื่อนไหวของดัชนีระหว่างการอัปเดตรายสัปดาห์ สามารถอ่านบทวิเคราะห์ USDX ก่อนหน้าของ Vantage และดูผลิตภัณฑ์ forex CFD สำหรับคู่เงิน USD หลักที่กล่าวถึงข้างต้นเพิ่มเติมได้
ปัจจัยที่ต้องจับตาในสัปดาห์นี้และระยะถัดไป
- การตัดสินใจของ FOMC วันที่ 29 กรกฎาคม: เฟดมีกำหนดประกาศผลการประชุมเวลา 14:00 น. ET โดยครั้งนี้จะไม่มีการเผยแพร่ Summary of Economic Projections ตลาดจึงจะจับตาถ้อยแถลงและการแถลงข่าว เพื่อหาสัญญาณว่าความเห็นที่แตกต่างกันในรายงานการประชุมเดือนมิถุนายนเปลี่ยนไปหรือไม่
- CPI เดือนกรกฎาคม วันที่ 12 สิงหาคม: ข้อมูลเงินเฟ้อชุดถัดไปจะเผยแพร่ในช่วงกลางเดือนสิงหาคม ดังนั้น CPI เดือนมิถุนายนที่ชะลอลงจะยังเป็นข้อมูลล่าสุดที่นักเทรดใช้ประเมินทิศทางนโยบายตลอดการประชุม FOMC เดือนกรกฎาคม
- สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ: ข้อมูลที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับการเดินเรือผ่านช่องแคบจะมีผลโดยตรงต่อการประเมินความเสี่ยงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและแนวโน้มเงินเฟ้อระยะใกล้
- ข่าวการค้าสหรัฐฯ–จีน: ความตึงเครียดด้านการค้าและถ้อยแถลงทางการเมืองระหว่างวอชิงตันกับปักกิ่งกลับมากระทบความเชื่อมั่นต่อความเสี่ยงอีกครั้ง และอาจมีอิทธิพลต่อกระแสเงินทุนของดอลลาร์ควบคู่กับปฏิทินข้อมูลเศรษฐกิจ
ในด้านการบริหารความเสี่ยง ช่วงนี้ DXY ตอบสนองต่อข่าวภูมิรัฐศาสตร์จากตะวันออกกลางอย่างรวดเร็ว ทำให้กรอบการเคลื่อนไหวระหว่างวันตามภาวะปกติมีความน่าเชื่อถือน้อยลง การกำหนดจุด Stop Loss โดยอ้างอิงระดับที่กล่าวถึงข้างต้นเป็นเครื่องมือหนึ่งที่นักเทรดใช้รับมือความผันผวนจากข่าว โดยมีเป้าหมายเพื่อจำกัดผลขาดทุนให้อยู่ในระดับที่วางแผนไว้ ไม่ได้ป้องกันการขาดทุนทั้งหมด นอกจากนี้ ผู้ที่ถือสถานะในคู่เงิน USD ที่มีความสัมพันธ์กัน รวมถึงเงินเยนหรือทองคำ ควรประเมินความเสี่ยงรวม (combined exposure) ด้วย เพราะภาวะ risk-off ที่เกิดขึ้นรวดเร็วอาจทำให้หลายตลาดเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันพร้อมกัน
เอกสารอ้างอิง
[1] “Iran conflict challenges safe-haven status of US Treasurys, yen, and gold – Crypto Briefing” https://cryptobriefing.com/iran-conflict-challenges-safe-haven-status-of-us-treasurys-yen-and-gold/ เข้าถึงเมื่อ 20 กรกฎาคม 2026
[2] “Oil price jumps 14% to $84 per barrel as US-Iran ceasefire collapses – Vanguard News” https://www.vanguardngr.com/2026/07/oil-price-jumps-14-to-84-per-barrel-as-us-iran-ceasefire-collapses/ เข้าถึงเมื่อ 20 กรกฎาคม 2026
[3] “Market Quick Take – Iran strikes rattle markets – 13 July 2026 – Saxo” https://www.home.saxo/content/articles/macro/market-quick-take—iran-strikes-rattle-markets—13-july-2026-13072026 เข้าถึงเมื่อ 20 กรกฎาคม 2026
[4] “Iran conflict challenges safe-haven status of US Treasurys, yen, and gold – Crypto Briefing” https://cryptobriefing.com/iran-conflict-challenges-safe-haven-status-of-us-treasurys-yen-and-gold/ เข้าถึงเมื่อ 20 กรกฎาคม 2026
[5] “US Federal Reserve holds rates steady under new chair Warsh – Al Jazeera” https://www.aljazeera.com/economy/2026/6/17/us-federal-reserve-holds-rates-steady-under-new-chair-warsh เข้าถึงเมื่อ 20 กรกฎาคม 2026
[6] “Fed Chief Kevin Warsh declines to hint at July rate decision – Chase” https://www.chase.com/personal/investments/learning-and-insights/article/kevin-warsh-prices-are-too-high-what-to-expect-july-2026-federal-reserve-meeting เข้าถึงเมื่อ 20 กรกฎาคม 2026
[7] “Fed Chief Kevin Warsh declines to hint at July rate decision, but says inflation ‘too high’ – CNBC” https://www.cnbc.com/2026/07/01/kevin-warsh-ecb-forum-live-updates.html เข้าถึงเมื่อ 20 กรกฎาคม 2026
[8] “FOMC Meeting Schedule July 2026 – Dates & Time – FedRateCalc” https://fedratecalc.com/fomc-meeting-schedule/july-2026/ เข้าถึงเมื่อ 20 กรกฎาคม 2026
[9] “Inflation eased more than expected in June as gas prices fell, CPI report shows – CBS News” https://www.cbsnews.com/news/june-2026-cpi-report/ เข้าถึงเมื่อ 20 กรกฎาคม 2026
[10] “U.S. job creation cools in June with payrolls growth of just 57,000; unemployment rate at 4.2% – CNBC” https://www.cnbc.com/2026/07/02/jobs-report-june-2026-.html เข้าถึงเมื่อ 20 กรกฎาคม 2026
[11] “TD Economics – U.S. Employment (June 2026)” https://economics.td.com/us-employment เข้าถึงเมื่อ 20 กรกฎาคม 2026
คำเตือนความเสี่ยง: CFD เป็นตราสารทางการเงินที่ซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้สูญเสียเงินอย่างรวดเร็วจากการใช้เลเวอเรจ ก่อนตัดสินใจเทรด คุณควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเข้าใจความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างถ่องแท้ และพิจารณาอย่างรอบคอบว่าสามารถยอมรับความเสี่ยงสูงต่อการสูญเสียเงินได้หรือไม่
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาเท่านั้น โดยไม่ได้คำนึงถึงวัตถุประสงค์ส่วนบุคคล สถานการณ์ทางการเงิน หรือความต้องการของท่าน และไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุน เราขอแนะนำให้ท่านขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญอิสระหากจำเป็น ข้อมูลนี้ไม่ได้จัดทำตามข้อกำหนดทางกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมความเป็นอิสระของบทวิเคราะห์การลงทุน ไม่มีการรับรองหรือรับประกันความถูกต้องหรือความครบถ้วนของข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารนี้ เอกสารอาจอ้างถึงผลการดำเนินงานในอดีต ซึ่งไม่ควรใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ผลการดำเนินงานในอนาคต เช่นเดียวกับประมาณการ ข้อความคาดการณ์ล่วงหน้า และการคาดการณ์ต่างๆ ที่ไม่สามารถรับประกันได้ ข้อมูลบนเว็บไซต์ รวมถึงผลิตภัณฑ์และบริการที่นำเสนอ ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่แก่บุคคลในประเทศหรือเขตอำนาจศาลที่การเผยแพร่หรือการใช้งานดังกล่าวขัดต่อกฎหมายหรือข้อบังคับท้องถิ่น