บทวิเคราะห์กราฟทองคำประจำวันที่ 22/07/2026
ภาพรวมตลาด
ราคาทองคำปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในการซื้อขายเมื่อวานนี้ โดยได้รับแรงหนุนหลักจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่กลับมาอีกครั้ง ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 10 ติดต่อกัน แม้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และค่าเงินดอลลาร์จะปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งตามปกติแล้วเป็นปัจจัยลบต่อราคาทองคำ แต่แรงซื้อคืนสถานะ Short หรือ Short Covering รวมถึงแรงซื้อเพื่อป้องกันความเสี่ยง กลับมีน้ำหนักมากกว่า ทำให้ทองคำสามารถยืนเหนือแนวรับสำคัญบริเวณ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างมั่นคง ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ก็ปรับตัวขึ้นพร้อมกันจากแรงหนุนของหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ สะท้อนภาวะตลาดที่ซับซ้อนมากขึ้น สำหรับช่วงเช้าวันนี้ ราคาทองคำปรับตัวขึ้นต่อเนื่องอีกประมาณ 1.6% แตะระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์บริเวณ 4,139 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้แรงหนุนจากแรงซื้อเชิงเทคนิคหลังราคาปรับฐานลงแรงในสัปดาห์ก่อนหน้า ประกอบกับข่าวความคืบหน้าการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านผ่านตัวกลางอย่างปากีสถาน ซึ่งช่วยสร้างความหวังเชิงบวกให้กับตลาดในระยะสั้น
| รายการ | ข้อมูลล่าสุด |
|---|---|
| ราคาปิดแท่งก่อนหน้า (Previous Close) | 4,076.99 |
| การเปลี่ยนแปลงของราคา (XAUUSD % Change) | +1.7% |
| ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY % Change) | +0.22% |
วิเคราะห์เชิงเทคนิค

TF Day: ราคาทองคำในกรอบราคารายวัน (DAILY) เกิดรูปแบบ Bullish Engulfing ซึ่งสะท้อนว่าแรงซื้อเริ่มกลับเข้ามาควบคุมตลาด และบ่งชี้ถึงโอกาสที่ราคาจะกลับตัวเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นได้ โดยแนวต้านถัดไปที่ต้องจับตาจะอยู่บริเวณ 4,200 ดอลลาร์ และ 4,290 ดอลลาร์ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม หากราคาปรับตัวลงมาหลุด Low ของแท่ง Engulfing บริเวณ 4,000 ดอลลาร์ จะเป็นสัญญาณว่ารูปแบบกลับตัวดังกล่าวเริ่มอ่อนแรงลง และอาจเปิดโอกาสให้ราคากลับมาปรับตัวลงต่อได้อีกครั้ง
TF H1: ราคาทองคำใน TF H4 ปรับตัวขึ้นมาถึงบริเวณ Swing High ล่าสุด ซึ่งหากราคาปิดเหนือบริเวณ นี้ได้ ก็จะบ่งบอกว่าราคาได้ทำรูปแบบ CHOCH ซึ่งแสดงถึงการที่เปลี่ยนจากแนวโน้มขาลงกลับมาเป็นขาขึ้นอีกครั้ง โดยแนวต้านถัดไปจะอยู่ที่บริเวณ 4,150 ดอลลาร์ และ 4,190 ดอลลาร์ ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ถ้าราคาไม่สามารถปิดเหนือบริเวณ ดังกล่าวได้ ราคาก็มีโอกาสปรับตัวลงไปทดสอบ แนวรับบริเวณ 4,075 ดอลลาร์ และ 4,015 ดอลลาร์ ตามลำดับ
ปัจจัยพื้นฐานหลักที่ขับเคลื่อนราคาทองคำวันนี้
ข้อมูลทางเศรษฐกิจ (Economic Data)
ความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่าน และภัยคุกคามต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันจากกลุ่ม Houthi
สถานการณ์การสู้รบระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 10 โดยประธานาธิบดี Trump ขู่ว่าจะโจมตีเพิ่มเติม ขณะที่ฝ่ายอิหร่านก็ขู่ตอบโต้ผลประโยชน์ของสหรัฐฯ และพันธมิตรทั่วภูมิภาค หากฐานนิวเคลียร์ถูกโจมตี นอกจากนี้ กลุ่ม Houthi ยังขู่โจมตีเรือขนส่งน้ำมันที่เชื่อมโยงกับซาอุดีอาระเบียในทะเลแดง ทำให้เรือบรรทุกน้ำมันหลายลำต้องเปลี่ยนเส้นทาง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการขนส่งพลังงานอีกจุดหนึ่ง ล่าสุดมีรายงานว่ารัฐมนตรีมหาดไทยอิหร่านเดินทางเยือนปากีสถาน เพื่อผลักดันข้อเสนอหยุดยิงเป็นเวลา 10 วัน หากการเจรจาประสบความสำเร็จ ราคาน้ำมันและความกังวลด้านเงินเฟ้ออาจเริ่มคลี่คลาย ซึ่งจะลดแรงหนุนทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่หากสถานการณ์ยกระดับความรุนแรงขึ้นอีก ก็อาจยิ่งหนุนแรงซื้อทองคำต่อเนื่อง
นโยบายภาษีการค้าของสหรัฐฯ ภายใต้มาตรา 301
ประธานาธิบดี Trump เตรียมประกาศภาษีนำเข้าใหม่ในอัตรา 10%-12.5% กับสินค้าจากประเทศคู่ค้าราว 60 ประเทศ รวมถึงจีน สหภาพยุโรป และหลายประเทศในอาเซียน ภายในวันศุกร์นี้ เพื่อทดแทนมาตรการภาษีชั่วคราวที่กำลังจะหมดอายุ โดยอ้างเหตุผลเรื่องการบังคับใช้แรงงาน ขณะที่แคนาดาแสดงท่าทีไม่พอใจและยืนยันว่าจะเจรจาต่อรองอย่างเข้มข้นมากขึ้น มาตรการภาษีเหล่านี้เพิ่มความไม่แน่นอนต่อการค้าโลกและต้นทุนสินค้า ซึ่งอาจกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในภาพรวม หากความตึงเครียดทางการค้าทวีความรุนแรงขึ้น จะยิ่งเพิ่มแรงหนุนให้นักลงทุนหันมาถือครองทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยงมากขึ้น
สภาวะตลาด (Market’s Outlook)
ภาพรวมตลาดในขณะนี้อยู่ในภาวะที่ค่อนข้างซับซ้อน เนื่องจากสินทรัพย์เสี่ยงอย่างตลาดหุ้นสหรัฐฯ และสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำต่างปรับตัวขึ้นพร้อมกัน ซึ่งไม่ใช่ความสัมพันธ์ปกติที่มักเห็นในภาวะตลาดทั่วไป ปรากฏการณ์นี้สะท้อนว่าเม็ดเงินลงทุนถูกแบ่งออกเป็นสองทาง ส่วนหนึ่งไหลเข้าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ตามกระแส AI ขณะที่อีกส่วนหนึ่งยังคงถือทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากสงครามในตะวันออกกลางที่ยังไม่มีสัญญาณยุติชัดเจน ส่งผลให้ทองคำยังได้รับแรงหนุน แม้ดอลลาร์จะแข็งค่าและผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งตามปกติแล้วควรเป็นปัจจัยลบต่อราคาทองคำ
Intermarket Analysis
ทองคำ vs. ตราสารหนี้ (XAU vs. US Yields): อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 4.628% สะท้อนว่าตลาดเริ่มประเมินว่า Fed อาจไม่รีบลดดอกเบี้ย และยังมีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยได้ หากแรงกดดันเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันยังดำเนินต่อไป โดยปกติแล้ว เมื่อผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้น ทองคำซึ่งไม่มีดอกเบี้ยจ่ายมักถูกกดดัน แต่ในรอบนี้ความสัมพันธ์ดังกล่าวเกิดการ Decouple เนื่องจากแรงซื้อเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากสงครามมีน้ำหนักมากกว่าต้นทุนค่าเสียโอกาสจากการถือครองทองคำ
ทองคำ vs. ค่าเงินดอลลาร์ (XAUUSD vs. DXY): ดัชนีดอลลาร์สหรัฐปิดที่ระดับ 101.173 เพิ่มขึ้น 0.22% โดยได้รับแรงหนุนจากผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับตัวสูงขึ้นและราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น ตามทฤษฎีแล้ว ดอลลาร์ที่แข็งค่าควรกดดันราคาทองคำในสกุลดอลลาร์ให้อ่อนตัวลง แต่ราคาทองคำกลับปรับตัวขึ้นสวนทาง แสดงให้เห็นว่าความสัมพันธ์แบบผกผันหรือ Inverse Correlation ระหว่างทองคำและดอลลาร์อ่อนแรงลงชั่วคราว เนื่องจากเม็ดเงินที่ไหลเข้าทองคำในรอบนี้เป็นเงินที่ต้องการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ มากกว่าการเก็งกำไรตามทิศทางค่าเงิน
ทองคำ vs. ตลาดหุ้น US (XAUUSD vs. S&P500): ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,509.20 จุด เพิ่มขึ้น 0.9% จากแรงหนุนของหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และ AI ที่ฟื้นตัวแรง สะท้อนว่านักลงทุนบางส่วนยังเลือกไล่ซื้อสินทรัพย์เสี่ยงในกลุ่มเทคโนโลยี ไม่ได้หนีออกจากตลาดหุ้นทั้งหมด ขณะที่เงินอีกส่วนหนึ่งยังคงไหลเข้าทองคำควบคู่กันไป บ่งชี้ว่าการเคลื่อนไหวของทองคำในรอบนี้ไม่ได้เกิดจากแรงเทขายหุ้นเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงโดยรวม แต่เป็นการกระจายพอร์ตเพื่อป้องกันความเสี่ยงเฉพาะด้านภูมิรัฐศาสตร์และเงินเฟ้อ ควบคู่ไปกับการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงตามปกติ
- แนวรับ(Key Support) : 4075 4015
- แนวต้าน(Key Resistance) : 4150 4190
Leverage เปรียบเสมือนดาบสองคมที่สามารถขยายได้ทั้งผลกำไรและผลขาดทุน โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาทองคำปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางสภาวะตลาดที่มีความซับซ้อนและความสัมพันธ์ระหว่างสินทรัพย์เริ่มเกิดการ Decouple เนื่องจากทองคำสามารถปรับตัวขึ้นพร้อมกับค่าเงินดอลลาร์ Bond Yield และตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้ในเวลาเดียวกัน แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ภัยคุกคามต่อเส้นทางขนส่งน้ำมัน และความไม่แน่นอนจากนโยบายภาษีการค้าของสหรัฐฯ ยังคงช่วยหนุนราคาทองคำ ขณะที่ความคืบหน้าของการเจรจาหยุดยิง การแข็งค่าของดอลลาร์ และความกังวลว่า Fed อาจดำเนินนโยบายการเงินในลักษณะ Hawkish มากขึ้น อาจทำให้ราคาเกิดแรงขายและผันผวนอย่างรวดเร็วได้ ดังนั้น นักลงทุนที่ถือสถานะ XAUUSD ควรเลือกระดับ Leverage อย่างระมัดระวัง และบริหาร Position sizing ให้เหมาะสมกับเงินทุน ระยะห่างของ Stop Loss และความเสี่ยงรวมของพอร์ต เพื่อรองรับการเคลื่อนไหวของราคาที่อาจเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงตามข่าวภูมิรัฐศาสตร์และมุมมองต่อนโยบายการเงินของ Fed
คำเตือนความเสี่ยง: CFD เป็นตราสารทางการเงินที่ซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินอย่างรวดเร็วจากการใช้เลเวอเรจ คุณควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเข้าใจความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน และพิจารณาอย่างรอบคอบว่าสามารถยอมรับความเสี่ยงสูงต่อการสูญเสียเงินได้หรือไม่ก่อนตัดสินใจเทรด
คำชี้แจง: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาเท่านั้น โดยไม่ได้คำนึงถึงวัตถุประสงค์ส่วนบุคคล สถานะทางการเงิน หรือความต้องการเฉพาะของผู้อ่าน และไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน หากจำเป็น ควรขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญอิสระ ข้อมูลนี้ไม่ได้จัดทำขึ้นตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่มุ่งส่งเสริมความเป็นอิสระของงานวิจัยการลงทุน และไม่มีการรับประกันความถูกต้องหรือความครบถ้วนของข้อมูลในเอกสาร ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ควรใช้เป็นเครื่องชี้วัดผลลัพธ์ในอนาคต เช่นเดียวกับประมาณการ ข้อความคาดการณ์ล่วงหน้า และการพยากรณ์ต่าง ๆ ที่ไม่อาจรับประกันได้ ข้อมูลบนเว็บไซต์ รวมถึงผลิตภัณฑ์และบริการที่นำเสนอ ไม่ได้มีเจตนาเผยแพร่แก่บุคคลในประเทศหรือเขตอำนาจศาลที่การเผยแพร่หรือการใช้งานดังกล่าวขัดต่อกฎหมายหรือข้อบังคับท้องถิ่น
เอกสารอ้างอิง
กราฟราคาทองคำ Spot เทียบดอลลาร์สหรัฐ (XAUUSD) กรอบเวลา 1 ชั่วโมง บน TradingView เข้าถึงเมื่อ 10:55 น. (GMT+7) วันที่ 22 กรกฎาคม 2026