เมื่อเริ่มเทรด Forex เราจะเริ่มกดออเดอร์ด้วยคำสั่งซื้อขายแบบไหนดี ? คำถามที่ดูพื้นฐานแต่กลับไม่มีใครสอนเราชัด ๆ ว่าการกดออเดอร์จริง ๆ แล้วคืออะไร และมีกี่แบบ ถ้าคุณเคยสงสัยว่าทำไมบางคนเข้าเทรดแล้วราคาวิ่งทันที ในขณะที่บางคนตั้งไว้ล่วงหน้าแต่เพิ่งเข้าออเดอร์ตอนราคาวิ่งถึงจุดนั้น นั่นเป็นเพราะว่าคำสั่งซื้อขายแต่ละประเภทนั้นมีจุดประสงค์ในการใช้แตกต่างกัน ซึ่งเบื้องหลังคำเรียกสั้น ๆ นี้ มันคือเครื่องมือที่กำหนดชะตาการเทรดของคุณว่าจะควบคุมจังหวะได้แค่ไหน จะซื้อเมื่อไร จะขายตอนไหน จะหยุดขาดทุนยังไง หรือปล่อยกำไรไปไกลแค่ไหน ล้วนเริ่มจากตรงนี้ทั้งนั้น ยิ่งเข้าใจมาก ยิ่งวางแผนแม่น บทนี้จะพาคุณไปรู้จักคำสั่งซื้อขายทุกแบบที่เทรดเดอร์ควรรู้ ง่าย ครบ ใช้ได้จริงในทุกสถานการณ์ตลาด
คำสั่งซื้อขาย คืออะไร?
สำหรับเทรดเดอร์ที่เพิ่งเข้ามาตลาดใหม่ ๆ ก็คงจะสงสัยว่า…ประเภทออเดอร์ทำไมมันมีหลายแบบ แถมชื่อยังดูซ้ำซ้อนกันไปหมด แล้วแต่ละคำสั่งมันต้องใช้ยังไง ? และใช้เมื่อไร ? ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจกับคำว่า “ออเดอร์” กันก่อน
คำว่า Order หรือ “คำสั่งซื้อขาย” ในตลาด Forex ก็คือสิ่งที่คุณสั่งให้แพลตฟอร์มทำงานแทนคุณะซื้อ จะขาย จะตั้งล่วงหน้า หรือจะหยุดขาดทุนแบบอัตโนมัติ ล้วนอยู่ภายใต้โครงสร้างของคำสั่งนี้ทั้งสิ้น และนั่นจึงทำให้การเลือกประเภทออเดอร์ให้สอดคล้องกับกลยุทธ์การเทรดของคุณเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม อีกจุดที่มือใหม่มักสับสนคือคำว่า “เปิดออเดอร์” กับ “ปิดออเดอร์” ซึ่งจริง ๆ แล้วมันก็คือการเข้าและออกจากตลาด เปิดเพื่อเริ่มต้นการเทรด และปิดเพื่อจบดีลนั้น พร้อมรับกำไรหรือขาดทุนกลับบ้านนั่นเอง บทต่อไปเราจะเริ่มไล่เรียงทีละคำสั่ง เพื่อให้คุณเข้าใจภาพรวมได้ชัดขึ้น และเลือกใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เกริ่นมาซะนาน…ถึงเวลาลงรายละเอียดแบบเจาะลึกกันแล้วว่าคำสั่งซื้อขายแต่ละประเภทในตลาด Forex มีหน้าตาอย่างไร ใช้เมื่อไร และเหมาะกับสถานการณ์ไหนบ้าง
1.Market Order
Market Order คือ คำสั่งซื้อขายที่ดำเนินการทันทีตามราคาปัจจุบันในตลาด “ทันที” โดยไม่ต้องตั้งเงื่อนไขเพิ่มเติมใด ๆ เมื่อกดคำสั่ง ระบบจะจับคู่ราคาที่มีอยู่ ณ ขณะนั้นให้ทันทีตามกลไกที่เรียกว่า “Market Execution” ซึ่งอาจมีการคลาดเคลื่อนของราคาเล็กน้อยหากตลาดผันผวน
คำสั่งประเภทนี้เหมาะกับเทรดเดอร์ที่ต้องการความรวดเร็ว เช่น เทรดตามข่าว เทรดระยะสั้น หรือเห็นจังหวะชัดเจนและต้องการเข้าออเดอร์ทันที ข้อดีคือใช้ง่าย ไม่ซับซ้อน ไม่ต้องรอราคา แต่ข้อเสียคืออาจไม่ได้ราคาที่ดีที่สุดตามที่เห็นบนหน้าจอ เพราะต้องยอมรับความเสี่ยงจาก ค่า Spread ที่กว้างขึ้นในช่วงตลาดผันผวน และ Slippage หรือการเลื่อนของราคาที่ออเดอร์ถูกจับคู่จริง ซึ่งอาจทำให้เข้าในราคาที่ต่างจากที่กดเล็กน้อย โดยเฉพาะเวลาที่มีข่าวหรือแรงซื้อขายสูง
2.Stop Order
คำสั่งซื้อประเภท Stop Order คือคำสั่งซื้อขายที่ตั้งไว้ล่วงหน้า และจะเริ่มทำงานก็ต่อเมื่อราคาวิ่งทะลุแนวรับหรือแนวต้านที่เรากำหนดไว้ เหมาะกับคนที่เชื่อว่า ถ้าราคาทะลุได้ ก็จะไปต่อแน่่ใช่แล้ว! เราหมายถึง Buy Stop กับ Sell Stop นั่นเอง ถ้าคุณคิดว่าราคาจะพุ่งขึ้นแรงหลังทะลุแนวต้าน ให้ใช้ Buy Stop แต่ถ้าคุณเชื่อว่าราคาจะไหลลงต่อหลังหลุดแนวรับ ให้ใช้ Sell Stop คำสั่งประเภทนี้มักใช้ในกลยุทธ์ Breakout เพื่อเข้าเทรดตามแรงของราคาโดยไม่ต้องเฝ้ากราฟทั้งวัน
ข้อดีคือช่วยให้เข้าออเดอร์ได้แบบแม่นยำเมื่อราคาเคลื่อนไหวจริง แต่ก็ต้องระวังการ False Break ด้วยที่อาจทำให้เราติดออเดอร์ในจุดที่ไม่ควรเข้าได้เหมือนกัน ดังนั้นการใช้ Stop Order ควรมีการวางแผนให้ดี และดูปัจจัยอื่นประกอบเสมอ
3.Limit Order
มาต่อกันที่ Limit Order คือ คำสั่งซื้อขายแบบวางแผนล่วงหน้าที่จะทำงานก็ต่อเมื่อราคาวิ่ง “ถึงจุดที่เราตั้งไว้” ซึ่งมักเป็นจุดที่ได้ราคาดีกว่าตลาดปัจจุบัน เช่น ถ้าอยากรอซื้อเมื่อราคาย่อ หรือต้องการขายเมื่อราคาดีดขึ้นไปสูงกว่านี้ Limit Order เหมาะกับสถานการณ์ที่ไม่อยากรีบเข้าตลาดแต่รอให้ราคาวิ่งเข้ามาหาในจุดที่มั่นใจก่อนเรียกง่ายๆ ก็คือกลุ่ม “ย่อ Buy เด้ง Sell”
จุดเด่นคือช่วยให้ได้ต้นทุนที่ดี โดยไม่ต้องนั่งเฝ้ากราฟ เพราะระบบจะเปิดออเดอร์ให้เมื่อราคาวิ่งมาถึงจุดที่กำหนด แต่ข้อควรระวังคือ หากราคาวิ่งไปต่อโดยไม่ย้อนกลับมาแตะจุดนั้น ออเดอร์ก็จะไม่ถูกเปิด ซึ่งอาจทำให้พลาดโอกาสไปได้เช่นกัน
4.Stop-Limit
คำสั่งประเภทนี้จะเริ่มทำงานเมื่อราคาทะลุระดับ Stop ที่เรากำหนดไว้ จากนั้นจะกลายเป็น Limit Order ที่รอราคาดำเนินต่อในกรอบที่เราตั้ง เช่น เราอาจตั้งว่า “ถ้าราคาทองคำทะลุ 3,367 ให้เปิด Buy Limit ที่ 3,370” เพื่อควบคุมไม่ให้ระบบจับคู่ที่ราคาสูงเกินไป เราจะใช้คำสั่งนี้ในกรณีที่คิดว่า ถ้าราคาทองสามารถทะลุแนวต้านได้แล้ว มีแนวโน้มไปต่อ แต่ก็ไม่อยากให้ราคาวิ่งแรงเกินจุดที่เรายอมรับได้ จึงกำหนดกรอบราคาที่เรายังพอใจไว้ล่วงหน้า
Stop-Limit เหมาะกับคนที่ต้องการความแม่นยำสูง และต้องการควบคุมความเสี่ยงจาก Slippage แต่ข้อเสียคือ หากราคาวิ่งผ่านจุด Limit ไปเลยโดยไม่ถูกจับคู่ ออเดอร์จะไม่ถูกเปิด ทำให้ตกรถพลาดโอกาสได้เช่นกัน
สรุป
คำสั่งซื้อขายในตลาด Forex อาจดูซับซ้อนสำหรับมือใหม่ในช่วงแรก แต่จริง ๆ แล้ว นี่คือ “เครื่องมือพื้นฐาน” ที่จะเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีเข้าเทรดของคุณได้อย่างสิ้นเชิง ยิ่งเข้าใจประเภทของออเดอร์มากเท่าไร คุณก็จะยิ่งมีอิสระในการวางแผนและลดความผิดพลาดจากจังหวะที่ไม่แน่นอนได้มากขึ้นเท่านั้น
เริ่มต้นเทรดกับ Vantage วันนี้ แพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนทุกสไตล์การเทรดของคุณ


