ใครก็ตามที่เคยเป็นเจ้าของหรือซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลจะทราบดีว่ามีแพลตฟอร์มหลายแห่งที่คุณสามารถจัดเก็บหรือซื้อขายสินทรัพย์เหล่านี้ได้ และในกลุ่มนี้ ไม่มีแพลตฟอร์มใดที่จะใหญ่ไปกว่า Coinbase Global Inc (NASDAQ: COIN)
Coinbase เป็นแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา เตรียมเข้าร่วมดัชนี S&P 500 ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางการเงินดิจิทัลในการได้รับการยอมรับจากสถาบัน
จากที่เคยถูกมองว่าเป็นการลงทุนเชิงเก็งกำไรและอยู่นอกกระแสหลัก แต่ปัจจุบันนี้ กำลังได้รับการต้อนรับเข้าสู่กระแสหลักทางการเงิน เมื่อกองทุน ETF ที่เน้นสินทรัพย์ดิจิทัลเริ่มเปิดตัวอย่างแพร่หลายจากผู้จัดการกองทุนใหญ่
แต่การรวมนี้มีความหมายต่อภาคสินทรัพย์ดิจิทัล Coinbase และผู้เข้าร่วมตลาดที่กว้างขึ้นอย่างไรกันแน่?
ประเด็นสำคัญ
- Coinbase มีกำหนดเข้าร่วมดัชนี S&P 500 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มีบริษัทสินทรัพย์ดิจิทัลเข้าร่วมในดัชนีชี้วัดนี้
- การรวมครั้งนี้ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับภาคการเงินดิจิทัล และยังปูทางไปสู่การลงทุนจากสถาบันในระดับที่มากขึ้นด้วย
- เหตุการณ์สำคัญครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงที่กว้างขึ้นสู่การรวมบริษัทที่ใช้เทคโนโลยีบล็อคเชนเข้ากับตลาดการเงินแบบดั้งเดิม
เกิดอะไรขึ้น – Coinbase เข้าร่วมดัชนี S&P 500 [1,2]
เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2025 S&P Dow Jones Indices ได้ประกาศว่า Coinbase จะถูกเพิ่มเข้าในดัชนี S&P 500 โดยจะเข้ามาแทนที่ Discover Financial Services (NYSE: DFS) ซึ่งกำลังถูก Capital One เข้าซื้อกิจการ
การรวมนี้จะมีผลใช้บังคับก่อนเปิดตลาดในวันที่ 19 พฤษภาคม นับเป็นเหตุการณ์สำคัญสำหรับทั้งบริษัทและอุตสาหกรรม และเกิดขึ้นในช่วงที่ Bitcoin เพิ่งทะลุ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ และการยืมรับสินทรัพย์ดิจิทัลจากสถาบันกำลังแตะระดับสูงสุดใหม่
ดัชนี S&P 500 ถือเป็นดัชนีที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นมาตรฐานชี้วัดที่สำคัญที่สุดของหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งประกอบด้วยบริษัทขนาดใหญ่ที่สุดและมีกำไรมากที่สุด 500 แห่งของประเทศ การจะเข้าร่วมต้องมีคุณสมบัติเข้มงวด เช่น มีกำไรสม่ำเสมอ มีมูลค่าหลักทรัพย์ ตามราคาตลาดขั้นต่ำ 8.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ มีสภาพคล่องสูง และมีหุ้นหมุนเวียนในตลาดหลักทรัพย์สูง โดยต้องมีหุ้นที่ยังไม่ได้ขายอย่างน้อย 50% ที่สามารถซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้
Coinbase มีคุณสมบัติเหล่านี้ครบถ้วน โดยรายงานรายได้สุทธิ 66 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากรายรับ 2.03 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในไตรมาสแรก และมีมูลค่าตลาดสูงกว่า 65 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ
นอกเหนือจากชื่อเสียงแล้ว การรวมอยู่ในดัชนียังนำมาซึ่งผลประโยชน์ที่จับต้องได้ เช่น การซื้ออัตโนมัติโดยกองทุนที่ติดตามดัชนี การได้รับความสนใจจากนักวิเคราะห์ในมุมกว้าง และการมองเห็นที่เพิ่มขึ้นในหมู่นักลงทุนสถาบัน สำหรับ Coinbase สิ่งนี้หมายถึงความต้องการที่มั่นคงยิ่งขึ้นสำหรับหุ้นของบริษัท สภาพคล่องที่มากขึ้น และฐานที่มั่นที่แข็งแกร่งขึ้นในกระแสหลักทางการเงิน
Coinbase จะเข้าร่วม S&P 500: มีความหมายต่อภาคส่วนสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างไร
การที่ Coinbase รวมอยู่ในดัชนี S&P 500 ถือเป็นเรื่องสำคัญ — นี่คือ 5 เหตุผลว่าทำไม Coinbase ถึงเป็นตัวเปลี่ยนเกมสำหรับภาคส่วนสินทรัพย์ดิจิทัล:
1. ความไว้วางใจครั้งใหญ่
การรวมอยู่ในดัชนี S&P 500 ต้องมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง มีสภาพคล่อง และมีมูลค่าตลาดที่มากพอ การเข้าสู่ตลาดของ Coinbase แสดงให้เห็นว่าบริษัทการเงินดิจิทัลสามารถปฏิบัติตามและเกินมาตรฐานเหล่านี้ได้ สิ่งนี้ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับอุตสาหกรรมดังกล่าว และพิสูจน์ให้เห็นว่าธุรกิจเหล่านี้สามารถดำเนินการภายใต้กรอบทางการเงินที่จัดตั้งขึ้นได้
2. เงินลงทุนจากสถานบันจะตามมา
ด้วยสถานะใหม่นี้ Coinbase จะถูกเพิ่มเข้าในกองทุน ETF และกองทุนดัชนีที่ติดตามดัชนี S&P 500 ซึ่งจะมาด้วยเม็ดเงินลงทุนแบบพาสซีฟมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ แม้แต่ผู้ลงทุนที่ไม่ได้แสวงหาโอกาสในการลงทุนแบบดิจิทัลอย่างจริงจังในกองทุน ETF ของตนก็อาจได้ถือสินทรัพย์เหล่านี้ผ่านพอร์ตโฟลิโอที่ติดตามดัชนี
3. เชื่อมโยงสองโลกการเงิน
Coinbase ผสมผสานโครงสร้างพื้นฐานของบล็อคเชนเข้ากับการกำกับดูแลของตลาดสาธารณะ ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างการเงินแบบดั้งเดิม ( TradFi ) และรูปแบบการเงินแบบกระจายศูนย์ การรวมเอาโครงสร้างพื้นฐานนี้ไว้ด้วยกันเน้นย้ำว่าทั้งสองโลกสามารถอยู่ร่วมกันได้ และกำลังอยู่ร่วมกันได้มากขึ้น
4. ผลกระทบด้านนโยบาย
ปัจจุบัน หน่วยงานกำกับดูแลต้องเผชิญกับความจริงที่ว่าบริษัทสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังยืนอยู่เคียงข้างบริษัทชั้นนำอย่าง Apple Inc (NASDAQ: AAPL) และ JPMorgan Chase & Co (NYSE: JPM) ซึ่งอาจเร่งให้เกิดการจัดทำนโยบายที่ชัดเจนและสมดุลมากขึ้นสำหรับภาคส่วนนี้
5. เส้นทางสำหรับรายอื่น
การรวม Coinbase เข้ามาถือเป็นบรรทัดฐานให้บริษัทที่เน้นด้านการดูแลรักษาแบบดิจิทัล โครงสร้างพื้นฐาน และ การสร้างโทเค็น ในปัจจุบันมีแนวทางปฏิบัติดังต่อไปนี้: ดำเนินงานอย่างโปร่งใส คงผลกำไร และการได้รับการยอมรับจากการเงินกระแสหลักอาจตามมา
กล่าวโดยสรุป การเปิดตัวดัชนี S&P 500 ของ Coinbase ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง แต่เป็นจุดเปลี่ยนสำหรับระบบนิเวศการเงินดิจิทัลทั้งหมด
เหตุใดสิ่งนี้จึงส่งสัญญาณการเปลี่ยนแปลงสำหรับภาคกาเงินดิจิทัล
การที่ Coinbase ถูกเพิ่มเข้ามาอยู่ในดัชนี S&P 500 ไม่เพียงแต่เป็นความสำเร็จระดับบริษัทเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในมุมมองด้านการเงินดิจิทัลอีกด้วย นับเป็นครั้งแรกที่บริษัทที่มีธุรกิจหลักอยู่บนสินทรัพย์ดิจิทัลและโครงสร้างพื้นฐานบล็อคเชนโดยเฉพาะได้เข้ามาอยู่ในดัชนีหุ้นที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
การพัฒนานี้ ยังช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทอื่นในวงการด้วย บริษัทที่เน้นด้านโทเค็น การดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล และโครงสร้างพื้นฐานของบล็อคเชนอาจเข้าถึงแหล่งร่วมลงทุนและพันธมิตรสถาบันต่าง ๆ ได้มากขึ้น
บริษัท Fintech แบบดั้งเดิม ที่เห็นแบบอย่างความสำเร็จของโมเดลที่เน้นดิจิทัลอย่าง Coinbase อาจมีแนวโน้มที่จะผสานรวมกับเทคโนโลยีบล็อคเชนมากขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้น การเคลื่อนไหวครั้งนี้ยังช่วยยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติตามกฎระเบียบและการกำกับดูแลอีกด้วย การที่ Coinbase ได้รับการรวมเข้าไว้ด้วยกัน พิสูจน์ให้เห็นว่าบริษัทต่าง ๆ ในด้านการเงินดิจิทัลสามารถมปฏิบัติตามมาตรฐานการกำกับดูแลและการเงินที่เข้มงวดได้ และบริษัทอื่นที่หวังจะตามรอยก็จะถูกคาดหวังให้ทำเช่นเดียวกัน
เมื่อพิจารณาจากการจัดอันดับภายในดัชนี Coinbase ในปัจจุบันยืนเคียงข้างบริษัทยักษ์ใหญ่ที่เป็นที่ยอมรับ เช่น JPMorgan Chase, Apple และ Microsoft Corporation (NASDAQ: MSFT)
แต่แตกต่างจากบริษัทเหล่านี้ ธุรกิจทั้งหมดของ Coinbase มีรากฐานมาจากบล็อคเชน ซึ่งแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงในประเภทของบริษัทที่ตลาดการเงินเริ่มมองว่าเป็นรากฐานสำคัญแล้วในปัจจุบัน
ปฏิกิริยาของตลาดและเสียงตอบรับจากอุตสาหกรรม
ราคาหุ้นของ Coinbase พุ่งสูงขึ้นเกือบ 15% ในวันที่ 13 พฤษภาคม 2025 หลังจากที่มีข่าวว่าบริษัทจะถูกรวมเข้าสู่ดัชนี S&P 500 ซึ่งนับเป็นบริษัทที่มุ่งเน้นสินทรัพย์ดิจิทัลแห่งแรกที่เข้าร่วมดัชนีมาตรฐานนี้ [3]
การพุ่งขึ้นของราคาหุ้นในครั้งนี้ช่วยลบล้างการขาดทุนที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้จากการร่วงลงอย่างรุนแรงในเดือนกุมภาพันธ์ได้เป็นอย่างมาก ที่สำคัญกว่านั้น การเคลื่อนไหวครั้งนี้ยังถือเป็นก้าวสำคัญของการเงินดิจิทัล ซึ่งส่งสัญญาณถึงการยอมรับที่เพิ่มขึ้นในตลาดทุนหลัก
ความเชื่อมั่นของนักลงทุน: ผลกระทบที่ขยายวงกว้างในตลาดการเงินดิจิทัล
ความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่กับ Coinbase เท่านั้น ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลโดยรวมตอบสนองในเชิงบวก โดยราคา Bitcoin พุ่งสูงเกิน 104,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสะท้อนซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่ออนาคตของการเงินดิจิทัลได้อย่างชัดเจน [4]

นักวิเคราะห์มองว่า Coinbase มีแนวโน้มดีขึ้น เมื่อเพียง 3 เดือนก่อน มีนักวิเคราะห์เพียง 10 รายเท่านั้นที่ให้คะแนนหุ้นนี้ว่า “ซื้อ” เมื่อเทียบกับ 15 รายที่แนะนำให้ “ถือ” และ 2 รายแนะนำให้ “ขาย”
แต่ในปัจจุบัน ตัวเลขดังกล่าวเปลี่ยนไปเป็นนักวิเคราะห์ 13 รายที่แนะนำ “ซื้อ” 18 รายที่ยังคง “ถือ” และมีเพียง 1 รายเท่านั้นที่แนะนำให้ขาย ที่น่าสนใจคือ ราคาเป้าหมายโดยเฉลี่ยในปัจจุบันอยู่ ต่ำกว่า ราคาหุ้นล่าสุดของ Coinbase ที่ 263.41 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งอาจบ่งชี้ว่าการปรับตัวขึ้นของราคาล่าสุดอาจเกินความคาดหมาย แต่อย่างไรก็ตาม มีราคาเป้าหมายอาจสูงถึง 400 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในโอกาสการเติบโตระยะยาวของบริษัท
ความเชื่อมั่นส่วนใหญ่มาจากการที่ Coinbase ถูกรวมเข้าสู่ดัชนี S&P 500 ซึ่งบางคนมองว่าเป็นก้าวสำคัญสำหรับทั้งบริษัทและอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลโดยรวม เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญจากการเป็นสินทรัพย์เก็งกำไรไปสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานของระบบการเงินกระแสหลัก

จากมุมมองทางเทคนิค Coinbase เพิ่งจะทะลุแนวรับที่ยากจะมองข้าม หลังจากที่มีการซื้อขายแบบไร้ทิศทางและปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องมายาวนาน ราคาหุ้นก็พุ่งทะลุแนวต้านที่ระดับ 260 ดอลลาร์สหรัฐฯ ด้วยปริมาณการซื้อขายที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย ปิดที่ 263.41 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งบ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นของตลาดที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
นี่ไม่ใช่การปรับขึ้นตามปกติ แต่เป็นการพุ่งขึ้นอย่างมั่นคงพร้อมกับช่องว่างที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งอาจเกิดจากปัจจัยกระตุ้นหลัก เช่น การถูกรวมเข้าในดัชนีหรือการพุ่งขึ้นของสินทรัพย์ดิจิทัลโดยรวม กราฟแสดงให้เห็นการทะลุแนวต้านสำคัญบริเวณ 200 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งได้กลายเป็นแนวรับใหม่ไปแล้ว
เมื่อปริมาณการซื้อขายพุ่งขึ้นแตะ 18.34 ล้านหุ้น ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยอย่างมาก แสดงให้เห็นถึงความสนใจจากนักลงทุนสถาบันที่ไหลเข้ามา ในขณะที่เทรดเดอร์ระยะสั้นอาจคาดหวังการย่อตัวลงมาที่ระดับ 240–250 ดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อระบาย RSI ที่อาจอยู่ในโซนซื้อมากเกินไป แต่ภาพรวมยังคงชี้ไปในทิศทางขาขึ้น
ตราบใดที่ราคาหุ้นของ Coinbase ยังคงสามารถยืนเหนือช่องว่างนี้ได้ การทะลุกรอบครั้งนี้ก็อาจจะยังมีแรงส่งต่อ — โดยนักวิเคราะห์บางรายอาจมองว่าระดับราคา 280 ดอลลาร์สหรัฐฯ และ 300 ดอลลาร์สหรัฐฯ อาจเป็นแนวต้านหรือเป้าหมายถัดไป
ภาพรวม: การรวมของเงินดิจิทัลและตลาดแบบดั้งเดิม
การที่ Coinbase ได้เข้าร่วมดัชนี S&P 500 ไม่ใช่แค่เป็นเพียงแค่ข่าวใหญ่หนึ่งข่าวเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณที่สะท้อนถึงอนาคตของระบบการเงินอีกด้วย กำแพงที่เคยกั้นระหว่างระบบการเงินดิจิทัลและระบบการเงินดั้งเดิมกำลังจะถูกทลาย และนี่เป็นหนึ่งในสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดเท่าที่มีมา ตลอดหลายปีที่ผ่านมา บริษัทด้านการเงินดิจิทัลดำเนินการควบคู่ไปกับ Wall Street แต่ในวันนี้ พวกเขากำลังก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบนั้น
การเคลื่อนไหวครั้งนี้อาจกระตุ้นให้นักลงทุนสถาบันหันมาสนใจการเงินดิจิทัลมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบัน Coinbase กลายเป็นส่วนหนึ่งของดัชนีมาตรฐาน กองทุนบำเหน็จบำนาญ กองทุน ETF และนักลงทุนแบบพาสซีฟจึงมีโอกาสได้สัมผัสกับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่รู้ตัว
การเกี่ยวข้องนี้ แม้จะเป็นเพียงทางอ้อมก็ตาม ก็ช่วยทำให้การมีอยู่ของบริษัทสินทรัพย์ดิจิทัลกลายเป็นเรื่องปกติในพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนที่ระมัดระวังต่อความเสี่ยงมากที่สุดในโลก
ในเวลาเดียวกัน เหตุการณ์สำคัญครั้งนี้ยังช่วยเพิ่มการมองเห็นให้กับบริษัทอื่น ๆ ที่กำลังสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นในด้านการดูแลสินทรัพย์ การปฏิบัติตามกฎระเบียบ การสร้างโทเค็น หรือแพลตฟอร์มสัญญาอัจฉริยะ
หาก Coinbase สามารถปฏิบัติตามมาตรฐานด้านผลกำไรและกฎระเบียบที่จำเป็นในการเข้าร่วมดัชนี S&P 500 ได้ บริษัทหรือสกุลเงินอื่น ๆ ในระบบนิเวศอาจเดินตามรอยได้เช่นกัน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้มีการจัดสรรเงินทุนมากขึ้น มีการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มากขึ้น และพัฒนาได้เร็วขึ้นในระบบการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi) อย่างรวดเร็ว
สรุปได้ว่า การรวม Coinbase เข้ากับดัชนี S&P 500 ถือเป็นการบูรณาการที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นระหว่างการเงินดิจิทัลและระบบการเงินแบบดั้งเดิม และนี่อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
สัญญาณของการเติบโตที่ครบถ้วนในอุตสาหกรรม
การที่ Coinbase ถูกเพิ่มเข้ามาอยู่ในดัชนี S&P 500 ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ สิ่งที่เคยถูกมองว่าเป็นการเก็งกำไรและอยู่นอกกระแส ปัจจุบันได้พัฒนาเป็นระบบที่มีโครงสร้างที่เน้นประโยชน์ใช้สอย และได้รับการยอมรับจากสถาบัน
ขณะที่หน่วยงานกำกับดูแล นักลงทุน และสถาบันการเงินแบบดั้งเดิมกำลังประเมินแนวทางของตนต่อการเงินดิจิทัลและเทคโนโลยีบล็อคเชนอีกครั้ง เหตุการณ์สำคัญครั้งนี้ตอกย้ำความจริงที่เรียบง่ายประการหนึ่ง: สินทรัพย์ดิจิทัลไม่ได้อยู่นอกขอบเขตอีกต่อไปแล้ว และกำลังก้าวขึ้นมาเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของระบบการเงินสมัยใหม่
แม้ว่าความผันผวนของตลาดจะยังคงอยู่ แต่แนวโน้มในระยะยาวของการเงินดิจิทัลยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สำหรับนักลงทุนบางราย เหตุการณ์นี้อาจถือเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงที่เพิ่มขึ้นระหว่างตลาดการเงินแบบดั้งเดิมและเทคโนโลยีที่ใช้บล็อคเชน
เปิดบัญชีจริงกับ Vantage เพื่อสำรวจโอกาสในการซื้อขาย CFD หุ้นของ Coinbase ด้วยค่าคอมมิชชั่น $0* สำหรับ CFD หุ้นสหรัฐฯ ทั้งหมด ให้คุณสามารถลงทุนในบริษัทที่อยู่ในจุดเชื่อมต่อระหว่างโลกการเงินดิจิทัลและแบบดั้งเดิมได้อย่างง่ายได้
*อาจมีค่าธรรมเนียมอื่น ๆ เพิ่มเติม
อ้างอิง
- “Coinbase เข้าร่วม S&P 500 วันหลัง Bitcoin พุ่งสูงเกิน 100,000 ดอลลาร์ – CNBC” https://www.cnbc.com/2025/05/12/coinbase-joining-sp-500-replacing-discover-financial.html เข้าถึงเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2025
- “ดัชนี S&P 500 – CFI” https://corporatefinanceinstitute.com/resources/equities/sp-500-index/ เข้าถึงเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2025
- “หุ้น Coinbase พุ่งสูงขึ้นจากการเพิ่มดัชนี S&P 500 – Reuters” https://www.reuters.com/business/coinbase-shares-jump-addition-sp-500-index-2025-05-13/ เข้าถึงเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2025
- “หุ้น Coinbase พุ่งขึ้น 24% จากการรวม S&P 500 – เครือข่ายข่าวการเงิน” https://www.finnewsnetwork.com.au/archives/finance_news_network1642197.html เข้าถึงเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2025


